-
ไขปริศนาอาการง่วงนอนไม่รู้จบในคนสุขภาพดี ผ่านมุมมอง “ยิน-หยาง” และพลังของม้าม
เรียบเรียงจากบทความ โดย นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล
บางคนนั่งที่ไหนก็ง่วง หลับได้ทั้งที่ไม่ได้อดนอน พอตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกว่านอนไม่พอ อยากจะหลับต่อ ไม่ค่อยสดชื่น มีแต่ความอยากนอนทั้งวัน แต่กลับตื่นง่าย ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันมองว่าเป็นความผิดปกติของระบบประสาท คือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ซึ่งพบได้ในคนเจ็บไข้หรือร่างกายอ่อนเพลีย แต่บทความนี้จะพูดถึง “คนปกติ” ที่ไม่มีโรค แต่ชอบง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำ
แพทย์แผนจีนมองว่า การหลับเป็นภาวะ ยิน และการตื่นเป็นภาวะ หยาง คนที่ง่วงนอนตลอดแสดงว่ายินแกร่งเกิน เพราะ “หยางพร่อง” ซึ่งมีต้นตอจากการทำงานของ ม้าม ที่อ่อนลง ทำให้เกิดการอุดกั้นของ เสมหะและความชื้น สะสมในร่างกาย ยิ่งกินอิ่มมากระบบย่อยยิ่งทำงานหนัก พลังม้ามยิ่งอ่อน ความง่วงจึงเกิดง่าย มักพบในคนอ้วนมากกว่าคนผอม และจะกำเริบหนักขึ้นในฤดูฝนที่ความชื้นสูง
รู้สึกหนักศีรษะเหมือนมีอะไรห่อหุ้ม ตัวหนักตึง แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ลิ้นซีดมีฝ้ามัน หลังกินอาหารยิ่งเพลียอยากหลับ ขี้เกียจพูด บางรายเหงื่อออกง่ายและแขนขาเย็น มักกำเริบหน้าฝนและพบในคนอ้วน
อาการคล้ายแบบแรก คือไม่สดชื่น ง่วงนอน ไม่อยากพูด แขนขาเย็น หน้าตาเหลือง กินน้อย อุจจาระเหลว ลิ้นอ้วนบวมมีฝ้าขาวบาง และชีพจรอ่อนไม่มีกำลัง
อาการง่วงนอนไม่รู้จักพอ คือสัญญาณว่าพลังการย่อยและดูดซึมอาหาร (ระบบม้าม) บกพร่อง ทั้งจากพื้นฐานร่างกายเดิม การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด และความเสื่อมตามวัย ความง่วงเป็นเพียงหนึ่งอาการของภาวะพลังม้ามและพลังหยางพร่อง ซึ่งยังมาพร้อมเหงื่อออกผิดปกติ เบื่ออาหาร มือเท้าเย็น คลื่นไส้ และถ่ายเหลว เมื่อแก้ที่ต้นเหตุ อาการอื่น ๆ ก็จะดีขึ้นไปพร้อมกัน
การรักษาอาจใช้การ ฝังเข็มและสมุนไพร โดยยึดหลักขับความชื้น-เสมหะ และกระตุ้นพลังม้ามกับพลังหยาง ควบคู่กับการปรับวิถีชีวิตและอารมณ์ พร้อมเลือกกินอาหารอย่างมีกฎเกณฑ์และถนอมระบบย่อย เพราะแพทย์แผนจีนมองสุขภาพแบบ “องค์รวม” การสร้างสมดุลให้ร่างกายจึงช่วยให้หลายอาการหายไปพร้อม ๆ กันได้
นักเขียน: นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล
ที่มา: นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 243 · กรกฎาคม 2542 · คอลัมน์ แพทย์แผนจีน · มูลนิธิหมอชาวบ้าน
แหล่งอ้างอิง: doctor.or.th/article/detail/2177
แนวทางดูแลในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงการ “ลดตัวเลขไขมัน” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดการอักเสบ ดูแลการเผาผลาญ และป้องกันความเสียหายของหลอดเลือดในระยะยาว