samluangclinic
20
Jun
ฝังเข็มลดความอ้วน

-

แพทย์แผนจีน · หมอชาวบ้าน

ฝังเข็มลดความอ้วน
เรื่องเล่าจากเข็มเล่มเล็กกับสมดุลของร่างกาย

รวมสาระจากบทความ 3 ตอน ว่าด้วยความอ้วนในมุมมองแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน (中医) การฝังเข็ม และความจริงที่ว่า “สมดุล” สำคัญกว่าการรีบลดตัวเลขบนตาชั่ง

ตอนที่ ๑ · ความอ้วนคืออะไรตอนที่ ๒ · แกร่ง–พร่อง ในแบบหมอจีนตอนจบ · งานวิจัย & การกดจุด

เมื่อหลายปีก่อนมีคนเข้าคิวรอ “ฝังเข็มลดน้ำหนัก” กันคึกคัก ด้วยความเชื่อว่าได้ผลดีและปลอดภัยกว่าการกินยา แต่ความจริงเบื้องหลังซับซ้อนกว่านั้น บทความชุดนี้พาเราไปดูทั้งหลักวิทยาศาสตร์ หลักแพทย์แผนจีน และข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาว่าไม่มีทางลัดที่แท้จริง

ความอ้วนคืออะไร และแพทย์แผนปัจจุบันลดน้ำหนักอย่างไร

หลายคนเคยลองสารพัดวิธี ทั้งกินยา อาหารเสริม สมุนไพร อาหารเส้นใย บ้างสำเร็จบ้างไม่สำเร็จ สุดท้ายหลายคนพบสัจธรรมว่าหัวใจอยู่ที่การ “ควบคุมพฤติกรรมและเปลี่ยนวิถีชีวิต” แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่เปลี่ยนยากที่สุด เพราะผูกกับอาชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน

ทำไมไขมันถึงสลายยาก

การจะลดไขมัน ๑ กิโลกรัมออกจากร่างกาย ต้องใช้พลังงานถึง ๗,๗๐๐ แคลอรี ขณะที่คนทำงานออฟฟิศทั่วไปใช้พลังงานรวมราว ๒,๕๐๐ แคลอรีต่อวันเท่านั้น การฝังเข็มเพียงไม่กี่จุดจึงไม่ได้ทำให้ไขมันหายวับไปได้ดังใจ — ผลส่วนหนึ่งจึงเป็นเรื่องของจิตวิทยามากกว่า

๗,๗๐๐
แคลอรี = ไขมัน ๑ กก.
~๑,๒๐๐
แคลอรี/วัน ใช้ขณะพัก
~๒,๕๐๐
แคลอรี/วัน รวมกิจกรรม

“อ้วน” เริ่มนับเมื่อไร

น้ำหนักเกินมาตรฐาน เกินร้อยละ ๑๐ เรียก “น้ำหนักเกิน” ถ้าเกิน ร้อยละ ๒๐ เรียก “โรคอ้วน” โดยทั่วไปโรคอ้วนคือภาวะกินมากเกินไป โดยเฉพาะแป้ง ไขมัน ของหวาน แต่ใช้พลังงานน้อย ร่างกายจึงสะสมส่วนเกินเป็นไขมัน (บางกรณีมาจากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือสมองส่วนไฮโปทาลามัสด้วย)

วิธีประเมินคร่าว ๆ
น้ำหนักมาตรฐาน

ชาย = ส่วนสูง(ซม.) − ๑๐๕
หญิง = ส่วนสูง(ซม.) − ๑๑๐
เช่น ชายสูง ๑๗๐ ซม. → มาตรฐาน ๖๕ กก.

ดัชนีมวลกาย (BMI)

BMI = น้ำหนัก(กก.) ÷ ส่วนสูง(ม.)²
ค่าปกติ ๑๘.๕ – ๒๔.๙
เกิน ๒๔.๙ = เริ่มเกินมาตรฐาน

๕ แนวทางลดน้ำหนักของแพทย์แผนปัจจุบัน

1
ควบคุมการกินอาหาร
วิธีหลักที่ปลอดภัยและประหยัดที่สุด แต่ทำยากที่สุดเพราะมัก “แพ้ใจตัวเอง” ลดอาหารแคลอรีสูง เพิ่มผัก ผลไม้ อาหารเส้นใย
2
เพิ่มการใช้พลังงาน
ออกกำลังกาย แอโรบิก วิ่ง เดิน เล่นกีฬา ฟิตเนส ไม่เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ หรือกินอิ่มแล้วนอน
3
การควบคุมด้วยยา
ยากดความอยากอาหาร ยาขับปัสสาวะ ยาฮอร์โมน และยาระบาย — ทุกตัวมีผลข้างเคียง และมักเกิด “Yo-Yo effect” กลับมาอ้วนซ้ำเมื่อหยุดยา
4
การผ่าตัดกระเพาะ/ลำไส้
ลดขนาดกระเพาะให้อิ่มเร็ว หรือลดการดูดซึม ได้ผลแต่แทบไม่มีใครอยากทำจริง ๆ ทั้งคนไข้และแพทย์
5
ดูด/สลายไขมันส่วนเกิน
ดูดไขมันเฉพาะที่ ใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ หรือฝังเข็ม — เห็นผลช้า ต้องทำต่อเนื่อง และถ้าไม่ดูแลตัวเองไขมันก็สะสมใหม่ได้

โรคอ้วนในสายตาแพทย์แผนจีน: แกร่ง หรือ พร่อง

แพทย์จีนเรียกความอ้วนว่า เฝ่ย-พ่าง (肥胖) คัมภีร์โบราณว่า “คนอ้วนเกิดจากการกินอาหารที่ชั้นเลิศและสมบูรณ์” และมีคำเตือนว่า “คนอ้วนมีความชื้น-เสมหะสะสมมาก” ต้นเหตุพื้นฐานอยู่ที่การทำงานผิดปกติของ กระเพาะอาหารและม้าม (脾胃) ทำให้ความชื้นเสมหะสะสมและกระจายไปทั่วร่างกาย โดยแบ่งใหญ่ ๆ เป็นสองภาวะ

ภาวะแกร่ง · 实证
ไฟในกระเพาะมากเกิน

มีความร้อนสะสมในกระเพาะ มักมาจากกินของมัน ของทอด หวานจัด เผ็ด เหล้า ปริมาณมาก โดยเฉพาะกินดึกแล้วนอน

อาการเด่น
กินเก่ง หิวเร็ว ท้องอืดแน่น ท้องผูก หน้าแดง ขี้ร้อน เหงื่อมาก คอแห้งกระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำเย็น ลิ้นแดง ฝ้าเหลือง ชีพจรเต้นเร็วและแรง
ภาวะพร่อง · 虚证
ม้ามพร่อง / หยางไตพร่อง

ระบบย่อยอ่อนแอ ดูดซึมไม่ดี เกิดน้ำและความเย็นตกค้าง เป็น “เย็นชื้น” ในร่างกาย กินน้อยแต่กลับอ้วนบวม

อาการเด่น
หน้าซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แขนขาหนัก กล้ามเนื้อเหลว ตัวบวม เบื่ออาหาร แน่นท้อง บางครั้งถ่ายเหลว ลิ้นซีดฝ้าขาว ชีพจรเบาและลึก

หลักการรักษาต่างกันตามภาวะ

ภาวะแกร่ง — ลดความร้อนชื้น ควบคุมความอยากอาหาร กระตุ้นจุดบนใบหู ทำให้ขับถ่ายดีขึ้น เพิ่มการเผาผลาญ และขับความชื้น/ปัสสาวะ

ภาวะพร่อง — ตรงข้ามกัน ต้อง เสริมพลังบำรุงม้าม ให้กินและดูดซึมได้ดีขึ้น มีพลังเผาผลาญ ของเสียจึงไม่ตกค้าง บางรายต้องเสริมพลังหยางของไตด้วย

เทียบมุมมอง · ตะวันตก vs จีน
ประเด็นแพทย์ตะวันตกแพทย์แผนจีน
เป้าหมายหลักลดน้ำหนักให้มากที่สุด เป็นเป้าสูงสุดปรับสมดุลร่างกายองค์รวม ความอ้วนดีขึ้นตามมา
ลดความอยากอาหารใช้ยากดสมองฝังเข็มที่หู/สกัดจุด ลดการบีบตัวลำไส้และลดร้อนในกระเพาะ (แต่รายพร่องกลับต้องกระตุ้นให้กินได้)
การขับของเสียยาขับปัสสาวะ ยาขับอุจจาระกระตุ้นจุดบำรุงม้าม ขับชื้น ขับปัสสาวะ
เพิ่มการเผาผลาญยาฮอร์โมนไทรอยด์กระตุ้นจุดให้เกิดพลังเผาผลาญจากภายใน
ความเร็ว–ผลข้างเคียงเห็นผลเร็วทันใจ แต่ผลข้างเคียงสูงเมื่อใช้นาน เลิกแล้วมักอ้วนซ้ำช้า ค่อยเป็นค่อยไป แต่เสริมสุขภาพองค์รวม ต้องอดทนและสม่ำเสมอ

ข้อสรุปของตอนที่ ๒: ไม่ว่าจะรักษาแบบไหน ทุกทางล้วนวนกลับมาที่ การควบคุมการกินและการออกกำลังกายอย่างเข้าใจและเข้มงวด จึงจะเกิดผลจริง

งานวิจัย และการกดจุดด้วยตัวเอง (ตอนจบ)

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์จีนหลายแห่งที่ลองศึกษาผลของการฝังเข็มต่อฮอร์โมนและไขมัน

นานกิง · ผู้ป่วย ๔๔ ราย (อายุ ๑๗–๔๘)

หลังฝังเข็ม ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง (ไขมันสะสมน้อยลง) ส่วนอะดรีนาลินและคอร์ติโซนเพิ่มขึ้น (ไขมันถูกสลายเป็นพลังงานมากขึ้น) สอดคล้องกับน้ำหนักที่ลดลง

กวางสี · ผู้ป่วย ๕๐ ราย

การฝังเข็มลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ (TG) น้ำตาลในเลือด และไขมันความหนาแน่นต่ำ (LDL-C) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งสองงานเชื่อว่าฝังเข็มมีผลต่อการปรับระดับฮอร์โมนและกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันอุดตัน ความดันเลือดสูงได้ด้วย

ตัวอย่างจากบทความ

การกดจุดดูแลตัวเอง

จุดกวนหยวน (关元)ใต้สะดือ ๓ ชุ่น
จุดกวนหยวน (关元)

ใต้สะดือลงมา ๓ ชุ่น (~๓ นิ้ว) นอนหงาย ใช้มือกดนวดเป็นวงกลม ครั้งละ ๓๐ นาที วันละครั้ง ราว ๒๕ วัน ช่วยให้การตกค้างของอาหารน้อยลงและเพิ่มการเผาผลาญ

กดจุดที่ใบหู (耳穴)

ใช้เมล็ดผักกาดหรือเม็ดแม่เหล็กติดที่จุดบนใบหู เช่น จุดหิว จุดกระเพาะ จุดลำไส้ ช่วยควบคุมความหิว เปลี่ยนทุก ๓–๔ วัน หากคันหรือเจ็บให้ถอดออกเพราะอาจอักเสบ

บทสรุปของทั้งซีรีส์

ไม่มีเข็มเล่มไหนแทน “การเปลี่ยนตัวเอง” ได้

การฝังเข็มหรือกดจุดที่ถูกต้องมีผลต่อการปรับสมดุลของอวัยวะ ระบบย่อย และฮอร์โมนได้จริง แต่ตัวแปรสำคัญที่สุดยังคงเป็นพฤติกรรมและวิถีชีวิต — การกินผิดทั้งประเภท ปริมาณ และเวลา การออกกำลังกายน้อยลง รวมถึงจิตใจที่ไม่เข้มแข็ง

ก่อนเลือกวิธีใด ควรถามตัวเองว่า “เราพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วหรือยัง” เพราะสุดท้ายแล้ว ตัวเราเองคือผู้ที่ดูแลร่างกายของตนได้อย่างแท้จริงที่สุด

ที่มา: บทความชุด “ฝังเข็มลดความอ้วน” ตอนที่ ๑–๒ และตอนจบ คอลัมน์แพทย์แผนจีน นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม ๒๘๐–๒๘๒ (สิงหาคม–ตุลาคม ๒๕๔๕)
ผู้เขียน: นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล · เผยแพร่โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน (doctor.or.th)
ส่วนการกดจุดในตอนจบ ตัดตอนจากหนังสือ “กดจุดหยุดโรค” โดย ลลิดา อาชานานุภาพ และ นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการสรุปจากบทความเพื่อความรู้ทั่วไป (เผยแพร่ปี ๒๕๔๕) ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล เรื่องสุขภาพ น้ำหนัก หรือการรักษาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลคุณโดยตรง

บทความที่เกี่ยวข้อง

09
Jun
samluangclinic
นอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ

-

กดอ่านต่อ
02
Jun
samluangclinic
การดูแลตัวเองเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับไขมันในเลือดสูง

แนวทางดูแลในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงการ “ลดตัวเลขไขมัน” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดการอักเสบ ดูแลการเผาผลาญ และป้องกันความเสียหายของหลอดเลือดในระยะยาว

กดอ่านต่อ
10
Jun
samluangclinic
เวียนหัวบ้านหมุน

-

กดอ่านต่อ