samluangclinic
24
Jul
samluangclinic

ดูแลสุขภาพหน้าฝนด้วยแพทย์แผนจีน | สามหลวงคลินิก

แพทย์แผนจีนอธิบายว่า "ความชื้น" คือภัยหลักในฤดูฝน พร้อมวิธีขับความชื้น ดูแลระบบย่อยอาหาร และอาหาร-สมุนไพรที่ควรกิน โดย นพ.ภาสกิจ สามหลวงคลินิก

แพทย์แผนจีน · 中医雨季养生

การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝน ในทัศนะแพทย์แผนจีน

การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝนในทัศนะแพทย์แผนจีน (中医雨季养生) คือการป้องกันไม่ให้ “ความชื้น” ซึ่งจัดเป็นพลังยินที่มีลักษณะหนัก และมีทิศทางลงด้านล่าง เข้ามากระทบร่างกายจนพลังไหลเวียนติดขัดและระบบม้าม–กระเพาะอาหารทำงานฝืด ฤดูฝนบ้านเราส่วนใหญ่เป็นสภาพอากาศแบบ “เย็นชื้น” หลักปฏิบัติจึงสรุปได้ว่า หลีกเลี่ยงความเปียกชื้น ถ้ากระทบแล้วต้องทำให้แห้งหรือขับความชื้นให้เร็วที่สุด และระมัดระวังดูแลระบบย่อยอาหารไว้ให้ดี เรียบเรียงจากบทความของ ศาสตราจารย์คลินิกแพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล แพทย์แผนจีน สามหลวงคลินิก 
ช่วงหน้าฝนสำหรับคนกรุงเทพฯ คือรถติด สัญจรลำบาก ต้องพกร่มติดตัว พื้นดินเฉอะแฉะ เสื้อผ้าไม่แห้ง อาหารขึ้นราง่าย ต้องสระผมบ่อยเพราะโดนละอองฝน — เป็นความทุกข์คนละแบบกับหน้าร้อนที่ร้อนจนหงุดหงิดและกระหายแต่น้ำเย็น
๑ · ต้นเรื่อง

ทำไมหน้าฝนถึงเป็นเรื่องของ “ความชื้น”

แพทย์แผนจีนจัดความชื้นเป็น พลังยิน และเป็นสิ่งก่อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมาได้สองทาง — จากภายนอก คือสภาพอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง และจากภายใน อันเกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบม้ามและกระเพาะอาหาร ความชื้นที่เราเจอจึงไม่ได้อยู่แค่นอกบ้าน แต่ก่อตัวอยู่ในตัวเราได้ด้วย

ร้อนชื้น (湿热)

อากาศร้อนมาก ๆ แล้วมีฝนตกผสมโรง กลายเป็นอากาศแบบร้อนอบอ้าว ตัวหนัก ๆ

เย็นชื้น (寒湿)

ฝนตกมาก ๆ อากาศเย็น ชุ่มชื้นไปทั้งวันจากฝนที่ตกไม่หยุด บรรยากาศมืดครึ้ม ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง
เวลาพูดถึง “หน้าฝน” หรือฤดูฝน ส่วนใหญ่หมายถึงสภาพอากาศแบบ เย็นชื้น — อากาศเย็น ฝนตก มีความชุ่มชื้นมาก ทั้งหน้านี้จึงเดินตามฝั่งเย็นชื้นเป็นหลัก
หน้าฝนในเมือง ความชื้นสูงตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
๒ · ผลกระทบ

ความชื้นทำอะไรกับร่างกาย

เพราะความชื้นเป็นพลังยินที่มีลักษณะ หนัก และ พลังลงด้านล่าง ผลที่เกิดกับร่างกายจึงมีทิศทางเดียวกันหมด คือถ่วง หน่วง และติดขัด ภาพด้านล่างคือร่างเดียวกันใน ๒ สภาพอากาศ — ฝั่งซ้ายคือวันที่ความชื้นได้เปรียบ ฝั่งขวาคือทิศทางที่เราต้องพาตัวเองกลับไป
ฝั่งชื้น–เย็นฝั่งอุ่น–แห้งทำลายพลังหยางย่อยยาก หนักหน่วงผ่านผิวหนัง สู่ปอดข้อ ผิวหนัง เชื้อราเลี่ยงเปียกชื้นรีบทำให้แห้งอุ่นม้ามไว้
หมายเลข ๑–๔ บนภาพ ตรงกับผลกระทบทั้งสี่ข้อด้านล่าง และผ้าสามผืนฝั่งขวาคือหลักการสำคัญ ๓ ข้อที่จะกลับมาอีกครั้งในหมวดข้อปฏิบัติ

ความชื้นทำลายพลังหยาง

ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังความร้อนของตัวเอง ตัวเย็นลงจากข้างใน ไม่ใช่แค่รู้สึกหนาวจากอากาศภายนอก

เกิดสภาพหนัก ๆ หน่วง ๆ ย่อยยาก

การไหลเวียนของพลังติดขัด เกิดความเหนียวหนืดเกาะแน่น ของเสียตกค้างในระบบย่อยอาหาร ร่างกายรู้สึกหนัก และถ้าเจ็บป่วยในช่วงนี้ เช่น เป็นหวัดหรือเป็นโรคกระเพาะอาหาร ไม่ย่อย จะหายยากกว่าปกติ เพราะการกระจายตัวของพลังไม่ดี

บุกเข้าทางผิวหนัง กระทบทางเดินหายใจ

อากาศชื้นที่มีความเย็นผสมกระทบระบบทางเดินหายใจได้ง่าย เพราะความเย็นทำลายพลังปอด และบุกรุกเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังโดยผ่านลมและความเย็น เมื่อความเย็นเกาะติดเกาะแน่น การขับเสียชี่ (ปัจจัยก่อโรค) ออกก็ยากขึ้น โรคจึงหายช้า

เมื่อความชื้นในอากาศเกิน ๖๕%

ความชื้นที่เหมาะสมอยู่ที่ ๔๐–๖๐% ซึ่งทำให้ร่างกาย ระบบประสาท และการปรับตัวทางสรีระอยู่ในภาวะพอดี ถ้าเกิน ๖๕% จะเริ่มไม่สบายตัว ตัวหนัก ๆ อาหารชื้นแฉะง่าย จุลชีพอย่างเชื้อราแบ่งตัวได้ดี ความเย็นชื้นทำให้ปวดข้อปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องสวมเสื้อผ้าที่เย็นชื้น และกระทบระบบย่อยจนท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย
๓ · เช็กตัวเอง

๖ สัญญาณว่าความชื้นกำลังรุกราน

ถ้ารู้สึกว่า…

ไม่ค่อยสดชื่น หนักศีรษะ

มึนงง ตัวหนัก ๆ รู้สึกเกียจคร้าน

เบื่ออาหาร ท้องอืดแน่น

หน่วงหนักบริเวณท้องน้อย

รู้สึกเหนียวในคอ

ลำคอมีเสมหะ

หนักแขน หนักขา

แขนขาไม่เบาสบายเหมือนเคย

อุจจาระเหลว

มีกากเหมือนอาหารไม่ย่อย

ปัสสาวะน้อย อาจขุ่น

ฝ้าบนลิ้นขาวบางหรือขาวหนา
ยิ่งเข้าหลายข้อ ยิ่งเป็นสัญญาณว่าควรรีบจัดการความชื้นทั้งรอบตัวและในตัว ก่อนที่มันจะกลายเป็นโรคในหัวข้อถัดไป
เสื้อผ้าอับชื้นในฤดูฝน สัญญาณความชื้นสะสม
๔ · โรคประจำฤดู

๔ โรคที่พบมากในฤดูฝน

โรคหวัด

สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการแบ่งตัวของเชื้อโรค ทั้งความเย็นและความชื้น

โรคทางเดินอาหาร

ความชื้นกระทบระบบย่อยและดูดซึมอาหารโดยตรง ร่างกายมักเบื่ออาหารเพราะการทำงานของกระเพาะอาหารและม้ามลดลง อาหารเกิดเชื้อราง่าย ถ้ารับประทานเข้าไปจะทำให้ท้องอืดเฟ้อ แน่นอึดอัด อาหารไม่ย่อย และถ่ายเหลวได้

ปวดข้อ ปวดกระดูก ตัวหนัก

เพราะการไหลเวียนของเลือดและพลังติดขัด แพทย์แผนจีนเรียกว่าเกิดการกระทบลมเย็นชื้น (风寒湿)

ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ

เกิดจากความอับชื้นได้ง่าย (湿疹)
๕ · ลงมือ

ข้อปฏิบัติ ๙ ข้อ ดึงร่างกายกลับสู่อุ่นและแห้ง

บทความวางหลักการสำคัญไว้ ๓ ข้อ แล้วแตกเป็นข้อปฏิบัติ ๙ ข้อ ที่นี่จัดกลุ่มตามหลักการนั้น — สังเกตว่าผ้าประจำกลุ่มจะแห้งขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ
หลักการ ก — หลีกเลี่ยงความเปียกชื้น

อย่าแช่อยู่ในความเปียกชื้น

หลีกเลี่ยงการถูกฝน แช่อยู่ในความชื้นแฉะ หรือนั่งในที่เปียกชื้น ถ้าร่างกายเปียกปอนหรือเสื้อผ้าอับชื้น ต้องรีบอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้ง และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

อย่านอนในที่ต่ำ

หลีกเลี่ยงการนอนในที่ต่ำ โดยเฉพาะบ้านที่มีใต้ถุน หรือนอนบนพื้นกระดาน เพราะที่ต่ำ พื้นกระดาน และพื้นปูนเป็นที่เก็บความชื้น (ความชื้นหนักจะตกลงพื้นล่าง) ที่นอนควรอยู่บนเตียงซึ่งยกสูงจากพื้นดินหรือพื้นบ้านให้มีระยะห่าง
หลักการ ข — กระทบแล้วต้องรีบทำให้แห้ง

เช็ดตัวและผมให้แห้งเสมอ

หลังอาบน้ำต้องเช็ดตัวให้แห้ง หลังสระผมต้องให้ผมแห้งก่อนหวีผมหรือนวดศีรษะ เพื่อป้องกันความชื้นเข้าสู่บริเวณศีรษะ และห้ามนอนหลับขณะที่ผมยังเปียก

มีแดดเมื่อไร รีบผึ่งเมื่อนั้น

เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง ถ้ามีจังหวะแดดออกต้องรีบผึ่งแดด อย่าให้ความชื้นเกาะตัว เพราะจะทำให้เชื้อราและเชื้อโรคฟักตัวง่าย รวมทั้งเกิดภูมิแพ้และผิวหนังอักเสบได้ง่าย

ให้อากาศในห้องได้ไหลเวียน

ห้องนอนและห้องทำงานต้องมีการไหลเวียนถ่ายเทอากาศที่ดี พื้นห้องที่ชื้นแฉะต้องทำให้แห้ง เมื่อมีแดดออกให้เปิดระบายอากาศ ถ้าภายนอกชื้นมาก อาจเปิดพัดลมโกรกหรือเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อขจัดความชื้นที่เกาะกุมตกค้างในห้องให้มากที่สุด
เช็ดตัวเช็ดผมให้แห้ง วิธีขับความชื้นตามแนวแพทย์แผนจีน
หลักการ ค — ระมัดระวังระบบม้าม–กระเพาะอาหาร

เลี่ยงของเย็น ถ้าจะกินให้ปรุงให้ร้อนขึ้น

หลีกเลี่ยงอาหารสด ผักสด น้ำเย็น น้ำแข็ง ชาเขียว น้ำมะพร้าว สลัดผัก แตงโม ซึ่งมีลักษณะเย็น เพราะความชื้นทำให้ระบบย่อยทำงานฝืด ไม่เต็มร้อย เมื่อรับความเย็นเข้าไปจะยิ่งย่อยและดูดซึมลำบาก ถ้าจะกินต้องปรับวิธีปรุงให้ร้อนขึ้น เช่น ทำให้สุก ใช้การผัด และเติมกระเทียม ขิง พริกไทย เพื่อลดความเย็นของอาหาร

เลี่ยงรสหวาน มัน หนืด

เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี นอกจากเลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็นแล้ว ยังต้องเลี่ยงรสหวาน อาหารมัน และของทอด เพราะจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนักขึ้นไปอีก (甜腻化湿)

กินอาหารที่ขับความชื้นและอุ่นม้าม

เลือกอาหารและสมุนไพรที่มีสรรพคุณขับความชื้นและอุ่นม้าม รายละเอียดอยู่ในหมวดถัดไป

รู้จักตำรับยาจีนที่เกี่ยวข้อง

เมื่อกระทบลมเย็นจนความชื้นติดขัดในระบบย่อยอาหาร มีตำรับยาจีนที่ใช้กันบ่อยสำหรับภาวะนี้ ดูรายละเอียดในหมวดถัดไป
๖ · ครัวและตำรับ

ครัวขับความชื้น อุ่นม้าม และตำรับยาจีน

อาหารที่มีสรรพคุณขับความชื้นและอุ่นม้าม

หมวดชื่อไทยชื่อจีน
อาหารถั่วแบน扁豆 (biǎndòu)
อาหารฟักเขียว冬瓜 (Dōngguā)
อาหารลูกเดือย薏米 (Yìmǐ)
อาหารถั่วเขียว绿豆 (Lǜdòu)
อาหารข้าวโพด玉米 (Yùmǐ)
อาหารหอมใหญ่洋葱 (Yángcōng)
สมุนไพรฝูหลิง茯苓
สมุนไพรไป๋จู๋白术
สมุนไพรโสมตังเซิน党参
สมุนไพรกานเจียง (ขิงแห้ง)干姜
ข้อควรรู้: ยาขับชื้นมีสรรพคุณขับปัสสาวะ มักมีฤทธิ์กลาง ๆ หรือค่อนไปทางเย็น จึงต้องเสริมการอุ่นม้ามและกระเพาะอาหารควบคู่ไปด้วย เพื่อป้องกันฤทธิ์เย็นของยา

ฮั่วเซียงเจิ้งชี่ส่าน (藿香正气散)

เมื่อกระทบลมเย็นจนเกิดความชื้นติดขัดในระบบย่อยอาหาร จะมีอาการคล้ายไข้หวัด — มีไข้ กลัวหนาว ปวดศีรษะ ร่วมกับแน่นในท้อง แน่นในอก อาเจียน ท้องเสีย และฝ้าบนลิ้นขาว เช่นคนที่โดนความเย็นและใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นจนเกิดอาการคล้ายหวัด ระบบย่อยแปรปรวน อาเจียน ถ่ายเหลว ตำรับยาจีนที่ใช้กันบ่อยในภาวะนี้คือ ฮั่วเซียงเจิ้งชี่ส่าน ซึ่งมีตัวยาสำคัญคือ ฮั่วเซียง (藿香) และ ซูเย่ (苏叶)
อาหารขับความชื้นอุ่นม้าม ลูกเดือย ถั่วแบน ขิง ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

ผ่านหน้าฝนปีนี้ไปอย่างสบาย ๆ

หน้าฝนปีนี้ ระมัดระวังป้องกันการรุกรานจากความชื้น ดูแลระบบม้ามและกระเพาะอาหารให้ดี จะทำให้สุขภาพดีและผ่านพ้นหน้าฝนปีนี้ไปได้อย่างสบาย ๆ
ถาม–ตอบ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการดูแลตัวช่วงหน้าฝนแบบแพทย์แผนจีน

รวมคำถามที่คนมักค้นหาเรื่องความชื้นกับสุขภาพในฤดูฝน คำตอบทั้งหมดสรุปจากบทความต้นฉบับด้านบน

ความชื้น (湿) ในทัศนะแพทย์แผนจีนคืออะไร ทำไมหน้าฝนต้องระวังเป็นพิเศษ

แพทย์แผนจีนจัดความชื้นเป็นพลังยินและเป็นสิ่งก่อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมาได้ทั้งจากภายนอกคืออากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง และจากภายในอันเกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบม้ามและกระเพาะอาหาร ความชื้นมีลักษณะหนักและมีทิศทางลงด้านล่าง จึงทำให้การไหลเวียนของพลังติดขัดและร่างกายรู้สึกหนักหน่วง ความชื้นในอากาศที่เหมาะสมอยู่ที่ ๔๐–๖๐% ถ้าเกิน ๖๕% จะเริ่มไม่สบายตัว อาหารชื้นแฉะง่าย และจุลชีพอย่างเชื้อราแบ่งตัวได้ดี

ร้อนชื้นกับเย็นชื้นต่างกันอย่างไร หน้าฝนบ้านเราเป็นแบบไหน

ร้อนชื้นคืออากาศร้อนมาก ๆ แล้วมีฝนตกผสมโรง กลายเป็นอากาศแบบร้อนอบอ้าวและรู้สึกตัวหนัก ๆ ส่วนเย็นชื้นคือฝนตกมาก อากาศเย็น ชุ่มชื้นไปทั้งวัน บรรยากาศมืดครึ้ม และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง เวลาพูดถึง “หน้าฝน” หรือฤดูฝน ส่วนใหญ่หมายถึงสภาพอากาศแบบเย็นชื้น การดูแลตัวในบทความนี้จึงเน้นไปทางฝั่งเย็นชื้นเป็นหลัก

จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายกำลังโดนความชื้นรุกราน

บทความให้สังเกต ๖ สัญญาณ คือ ไม่ค่อยสดชื่น หนักศีรษะ มึนงง ตัวหนัก ๆ รู้สึกเกียจคร้าน · เบื่ออาหาร ท้องอืดแน่น หน่วงหนักท้องน้อย · รู้สึกเหนียวในคอ ลำคอมีเสมหะ · หนักแขนหนักขา · อุจจาระเหลวมีกากเหมือนอาหารไม่ย่อย · และปัสสาวะน้อย อาจมีลักษณะขุ่น ฝ้าบนลิ้นขาวบางหรือขาวหนา ยิ่งเข้าหลายข้อ ยิ่งเป็นสัญญาณว่าควรรีบจัดการความชื้น

โดนฝนหรือเสื้อผ้าเปียกชื้น ต้องทำอย่างไร

หลักการสำคัญคือหลีกเลี่ยงความเปียกชื้น และถ้ากระทบแล้วต้องทำให้แห้งหรือขับความชื้นออกให้เร็วที่สุด ถ้าร่างกายเปียกปอนหรือเสื้อผ้าอับชื้น ต้องรีบอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้ง และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที หลังสระผมต้องให้ผมแห้งก่อนหวีผมหรือนวดศีรษะ เพื่อป้องกันความชื้นเข้าสู่บริเวณศีรษะ และห้ามนอนหลับขณะที่ผมยังเปียก

หน้าฝนควรกินอะไร และควรเลี่ยงอะไร

ควรกินอาหารที่มีสรรพคุณขับความชื้นและอุ่นม้าม เช่น ถั่วแบน (扁豆) ฟักเขียว ลูกเดือย ถั่วเขียว ข้าวโพด หอมใหญ่ ส่วนสมุนไพรที่ดีในช่วงนี้คือ ฝูหลิง (茯苓) ไป๋จู๋ (白术) โสมตังเซิน (党参) และกานเจียง (干姜 ขิงแห้ง) สิ่งที่ควรเลี่ยงคืออาหารสด ผักสด น้ำเย็น น้ำแข็ง ชาเขียว น้ำมะพร้าว สลัดผัก แตงโม รวมถึงรสหวาน มัน และของทอด ถ้าจะกินของฤทธิ์เย็นต้องปรับวิธีปรุงให้ร้อนขึ้น เช่น ทำให้สุก ใช้การผัด และเติมกระเทียม ขิง พริกไทย

โรคอะไรพบมากในฤดูฝน

บทความระบุไว้ ๔ กลุ่ม ได้แก่ โรคหวัด เพราะความเย็นและความชื้นเอื้อต่อการแบ่งตัวของเชื้อโรค · โรคทางเดินอาหาร เพราะความชื้นกระทบระบบย่อยและดูดซึมโดยตรง ทำให้เบื่ออาหาร ท้องอืดเฟ้อ แน่นอึดอัด อาหารไม่ย่อยและถ่ายเหลว · อาการปวดข้อ ปวดกระดูก ตัวหนัก จากการไหลเวียนของเลือดและพลังติดขัด เรียกว่ากระทบลมเย็นชื้น (风寒湿) · และลมพิษ ผิวหนังอักเสบ (湿疹) จากความอับชื้น

ฮั่วเซียงเจิ้งชี่ส่าน (藿香正气散) คือตำรับอะไร ใช้ตอนไหน

เป็นตำรับยาจีนที่ใช้กันบ่อยเมื่อกระทบลมเย็นจนเกิดความชื้นติดขัดในระบบย่อยอาหาร อาการที่เข้าได้คือคล้ายไข้หวัด มีไข้ กลัวหนาว ปวดศีรษะ ร่วมกับแน่นในท้อง ในอก อาเจียน ท้องเสีย และฝ้าบนลิ้นขาว เช่นคนที่โดนความเย็นและใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นแล้วเกิดอาการคล้ายหวัดร่วมกับระบบย่อยแปรปรวน ตัวยาสำคัญของตำรับคือ ฮั่วเซียง (藿香) และ ซูเย่ (苏叶)
เครดิตและหมายเหตุ
เรียบเรียงจากบทความ “การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝน (中医雨季养生) ในทัศนะแพทย์แผนจีน” เขียนโดย ศาสตราจารย์คลินิกแพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล แพทย์แผนจีน สามหลวงคลินิก เผยแพร่ที่ samluangclinic.com เมื่อ 24 กรกฎาคม 2569
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ไม่ใช่คำวินิจฉัยโรคหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติ อาการไม่ดีขึ้น หรือต้องการใช้ตำรับยาจีน ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนหรือแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

23
Jul
samluangclinic
ชะเอมเทศ (กันเฉ่า) สรรพคุณและข้อควรระวัง | สามหลวงคลินิก

ชะเอมเทศ หรือ กันเฉ่า (甘草) สมุนไพรจีนรสหวานที่ใช้บ่อยที่สุดในตำรับยาจีน รู้จักสรรพคุณ ข้อควรระวัง และตำรับใช้เองที่บ้าน พร้อมตำนานหญ้าแห้งรสหวาน โดย นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล สามหลวงคลินิก

กดอ่านต่อ
23
Jul
samluangclinic
เก๋ากี้ (Goji Berry) สมุนไพรจีน 6 สรรพคุณ | สามหลวงคลินิก

เก๋ากี้ (Goji Berry) สมุนไพรแพทย์แผนจีนอายุ 3,000 ปี มี 6 สรรพคุณเด่น ตั้งแต่บำรุงตับ เสริมไต ถนอมสายตา ไปจนถึงแก้คอแห้ง พร้อมวิธีกินให้ได้ผลจริงจากแพทย์แผนจีนสามหลวงคลินิก

กดอ่านต่อ
12
Jul
samluangclinic
นาฬิกาชีวิตแพทย์แผนจีน 12 ยาม คืออะไร และควรใช้ชีวิตอย่างไรให้เหมาะสม

เจาะลึก

กดอ่านต่อ