บริการของเรา

การแพทย์แผนจีนมีจุดเด่นในการรักษาร่างกายแบบองค์รวมและการวิเคราะห์แยกแยะสภาพปัญหาของผู้ป่วยตามสภาพร่างกาย การปรับสมดุลยินหยางคือหัวใจสำคัญที่สุดเพราะเป็นการสร้างภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้ร่างกายและธรรมชาติรักษาตัวเองให้มากที่สุด พึ่งหมอและยาจากภายนอกน้อยที่สุด เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเหมาะสมจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

การแมะ

การแมะ (จับชีพจร) เป็นวิธีการวินิจฉัยโรคอย่างหนึ่งที่สำคัญและขาดเสียมิได้ของแพทย์จีน เทคนิคการแมะจะใช้นิ้วมือทั้งสาม (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง) แตะลงบนชีพจรตรงบริเวณเส้นเลือดแดงใกล้ข้อมือ  หลังจากจับแมะแล้ว แพทย์จีนจะสามารถวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยได้ บางคนคิดว่าการจับแมะของจีนคงไม่แตกต่างไปจากการจับชีพจรของแพทย์ตะวันตก แต่ความจริงแล้ว วิธีการแมะของจีนนั้นมีเนื้อหาที่แตกต่างไปจากแพทย์ตะวันตกมาก

การแมะจะต้องสังเกต
1. ความถี่ของการเต้น (ช้าหรือเร็ว)
2. ระดับของการแมะ (ตื้นหรือลึก เช่นคนไข้บางคนกดเบาๆ แต่บางคนต้องกดแรงๆ จึงจะรู้สึกว่าเต้น)
3. ลักษณะการเต้น (เต้นมีแรงหรือไม่มีแรง ลื่นหรือฝืด)
4. ตำแหน่งของนิ้วที่แตะจะบอกให้ทราบถึงอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะของชีพจรและตำแหน่งที่กล่าวมาทั้งสี่ข้อยังแบ่งเป็น ยิน- หยาง ได้ดังนี้ คือ
ลึก ช้า ไม่มีแรง ตำแหน่งนอก(ชุ่น) เป็นยิน
ตื้น เร็ว มีแรง ตำแหน่งในสุด (เฉ่อ) เป็นหยาง

การครอบแก้ว

การครอบแแก้ว เป็นวิธีการรักษาของแแพทย์แผนจีนโบราณ โดยใช้ความร้อนทำให้อากาศในช่องว่างของกระบอกที่กลวงมีการลดความดันภายในลง เกิดมีแรงดึงกลับภายในกระบอก เมื่อนำเอากระบอกมมาวางตรงส่วนต่างๆของร่างกาย (ตามจุดฝังเข็มหรือแแนวเส้นลมปราณ) จะมีการดูดเอาผิวหนังและกล้ามเนื้อเข้าไปในกระบอกหรือกระปุก ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นผิวหนังจะเกิดจ้ำเลือดแดงๆ จากการคั่งของเลือด ซึ่งเป็นไปตามจุดประสงค์การรักษาของโรค ทั้งนี้กลไกสำคัญของการครอบแก้ว คือ

– กระตุ้นการไหลเวียนเลือด บริเวณที่มีการครอบแก้วจะมีการหลั่งสารเคมี เป็นการส่งสัญญาณไปสมองเพื่อการปรับตัว เพื่อให้มีการซ่อมแซมบริเวณนั้น

– ร่างกายจะมีการหลั่งสารคล้ายฮีสตามีน และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ เพื่อเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

– เปิดรูขุมขน กระตุ้นการทำงานในการขับพิษออกจากผิวหนัง มีการกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ทำการเก็บกวาดสิ่งสกปรกและของเสียบริเวณนั้น

 

การฝังเข็ม

การฝังเข็ม คือการเอาเข็มแทงไปตามจุดเส้นลมปราณบนผิวหนัง ทั่วร่างกายที่มีเส้นลมปราณสิบแปดเส้นหลัก โดยสมัยโบราณมีจุดฝังเข็มสามร้อยหกสิบเอ็ดจุด ปัจจุบันมีจุดค้นพบใหม่ราวพันกว่าจุด

คำว่าเส้นลมปราณคือเส้นสมมติ บางครั้งผ่าตัดทางกายวิภาคอาจจะไม่เจอ มันไม่เหมือนเส้นเลือด เส้นเอ็น เส้นประสาท
แต่มันมีอยู่ในร่างกายมนุษย์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใด
ความรู้สึกเวลาถูกเข็มแทง ช่วงผ่านผิวหนังจะเจ็บเล็กน้อย แต่พอถึงจุดลมปราณ จะปวดตื้อๆ เมื่อยๆ หนักๆ ชาๆ แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน อาการนี้เราเรียกว่า “เต๋อชี่” แปลว่าได้ลมปราณ มีหัตถการหรือเทคนิคในการกระตุ้นเส้นลมปราณของคนไข้ให้ทะลุทะลวงดี คนไข้ก็จะรู้สึกได้ถึงกระแสการวิ่งของลมปราณ

การฝังเข็มรักษาโรคได้ เพราะเชื่อว่าในร่างกายมนุษย์มีระบบรักษาตัวเองอยู่แล้ว เข็มมีหน้าที่เพียงไปกระตุ้นให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น โดยหลั่งสารแก้ปวด สำหรับกลุ่มอาการปวด ลดอาการอักเสบ กระตุ้นการสร้างสารหล่อลื่น  คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง เช่น คนที่หัวเข่าเสื่อมมีเสียงดังก๊อกแก๊ก เมื่อมีสารหล่อลื่นเสียงหรือกล้ามเนื้อรอบๆ คลายตัว เสียงอาจลดลงหรือหายไป
ในทัศนะแพทย์จีน การฝังเข็มคือการทำให้ชี่และเลือดไหลเวียนดีโดยเฉพาะกลุ่มอาการปวดที่เกิดจากชี่และเลือดไหลเวียนติดขัด การทำให้เส้นลมปราณโล่ง เมื่อชี่และเลือดไหลเวียนดีแล้วอาการปวดก็จะลดลง

 

วิธีการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์จีน ขึ้นกับสภาพร่างกายและปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น 

1. ฝังเข็ม จุดต่างๆ ร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนจีนเพื่อปรับการไหลเวียนเลือดพลังในการรักษาโรค

2. การกระตุ้น ด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการฝังเข็มสูงสุด