หงจิ่งเทียน(红景天) สุดยอดสมุนไพรทิเบต ใช้บำรุงปอดปรับใช้ในสถานการณ์โควิด-19

เรื่องโดย : ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล

ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19  ผู้คนใฝ่หาสารพัดวิธีในการบำรุงปอดเพื่อป้องกันและรักษาโควิด-19 กันมาก ในบรรดายาสมุนไพรจีนที่กล่าวถึงกันมากตัวหนึ่ง  นอกจากยาขับพิษร้อนสลายชื้นเป็นยาหลักเพื่อการขับระบายเสียชื่ (邪气) แล้ว ยังมีสมุนไพรหงจิ่งเทียน (红景天) ที่มาช่วยบำรุงเจิ้งชี่ (正气) ของปอดอีกด้วย

หงจิ่งเทียน (红景天) สมุนไพรของคนที่จะเดินทางไปทิเบต

คนที่คิดจะไปเที่ยวทิเบต “ดินแดนแห่งกงล้อและมนตรา” หรือ หลังคาโลก (世界屋脊) ต้องมีการตระเตรียมตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศและความสูง เนื่องด้วยอากาศที่หนาวเย็น และมีความกดอากาศต่ำมีปริมาณออกซิเจนในอากาศต่ำมาก

อาการป่วยบนที่สูงหรืออาการแพ้ที่สูง(high altitude sickness) เกิดจากการที่ร่างกายไม่คุ้นเคย และปรับตัวไม่ทัน เนื่องจากขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูงมีออกซิเจนในบรรยากาศต่ำ ซึ่งกลไกอย่างหนึ่งของร่างกายในการช่วยเพิ่มออกซิเจนคือ การหายใจให้เร็วขึ้น ทำให้ได้ออกซิเจนมากขึ้น บางคนเลือกการกินยา Diamox (มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด  ขับปัสสาวะ สามารถลดความดันตา ใช้รักษาโรคต้อหิน) เพื่อรักษาอาการดังกล่าว แต่เนื่องจากยาเหล่านี้เป็นกลุ่มยา ซัลฟา(บางคนจะแพ้ยา)และมีผลข้างเคียงมากรวมทั้งอาการแพ้ยาเช่น  ผื่นขึ้น ลมพิษ แน่นหน้าอก ปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าชา ริมฝีปากชา

หงจิ่งเทียน(红景天) เป็นสมุนไพรที่ทรงคุณค่าในเขตทิเบต

หงจิ่งเทียนยังถูกขนานนามว่าเป็นสิ่งมีค่าของการแพทย์ทิเบต (藏医之宝) เป็นสมุนไพรที่ชาวพื้นเมืองนำมาใช้แก้อาการ ที่เกิดจากการป่วยบนที่สูง เนื่องจากปริมาณออกซิเจนต่ำ รวมถึงใช้ในการเสริมเพิ่มพลังและป้องกันโรคต่างๆ  มีการร่ำลือกันว่ากษัตริย์คางซี(康熙帝ค.ศ. 1654-1722)และกษัตริย์เฉียนหลง (乾隆帝ค.ศ.1711-1799) แห่งราชวงศ์ชิง ก็ทรงเสวยอยู่เป็นประจำ จนทำให้มีพระชนมายุยืนยาว

หงจิ่งเทียน (红景天Rhodiola rosea) มีประวัติการใช้มานานกว่า 1000 ปี เป็นพืชสมุนไพรที่มีแหล่งกำเนิดในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงและอากาศหนาว สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3500-5000 เมตร เป็นสมุนไพรที่อยู่สูงสุดใกล้กับสวรรค์ชั้นฟ้า บางครั้งก็รียกว่าหญ้าหรือสมุนไพรฟ้าประทาน(仙賜草)

ในคัมภีร์สมุนไพร”เสินหนงเปิ่นเฉ่า” (神农本草经)ได้บันทึกคุณสมบัติพิเศษของสมุนไพรนี้ไว้ว่าสามารถรับประทาน ได้ต่อเนื่องนานนาน ไม่มีพิษ มีสรรพคุณในการบำรุงพลังทำให้อายุยืนยาว

ส่วนของสมุนไพรที่ใช้  คือ รากและเหง้า

ฤทธิ์และสรรพคุณ รสหวาน ขม ฤทธิ์กลาง เข้าเส้นลมปราณปอด หัวใจ

เป็นยาบำรุงพลังบำรุงปอด บำรุงสมองและหัวใจ ช่วยดึงรั้งและหยุดเลือดลดอาการบวมสลายเลือดอุดกั้น

การใช้ทางคลินิก รักษาอาการพลังพร่องเลือดอุดกั้น ฟื้นฟูร่างกาย ภายหลังการเจ็บป่วยแก้อาการจุกแน่นหัวใจ  อัมพฤกษ์ ร่างกายอ่อนเพลีย หอบหืด แก้อาการฟกช้ำจากการบาดเจ็บ ปวดประสาท อาการที่เกิดจากการอยู่นี่สูง

บันทึกของแพทย์ทิเบตได้กล่าวถึงสรรพคุณหงจิ่งเทียน ในการแก้อาการไอหรือขากเป็นเลือด ปอดอักเสบ ตกขาวในสตรี

ผลการวิจัยสมัยใหม่พบว่า

  • หงจิ่งเทียนประกอบด้วย แร่ธาตุที่พบน้อยแต่จำเป็น(Trace elements) กว่า 35ชนิด  กรดอะมิโน 18ชนิดและวิตามิน A、D、Eซึ่งเป็นสาร ซูเปอร์ออกไซด์(Superoxide超氧化物) ที่เป็นตัวทำลายอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาผลาญภายในเซลล์ ช่วยชะลอวัย
  •  หงจิ่งเทียนช่วยลดภาวะกดดันของร่างกายและจิตใจ  คนที่ได้รับภาวะกดดันจากการทำงาน ความเครียดทำให้มีผลตามมาถึงภาวะทางจิตใจ ขาดความอดทน และอาการโรคกระเพาะอาหารและภูมิคุ้มกันตก
  • หงจิ่งเทียนสามารถปรับระดับฮอร์โมนคอร์ติโซน(Cortisol) โดยปราศจากผลข้างเคียง สามารถลดภาวะความกดดันลดความเครียดทางอารมณ์และความเมื่อยล้าทางร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • หงจิ่งเทียนเพิ่มพลังในการทำงาน มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้าง เอทีพี (ATP)ซึ่งเป็นสารให้พลังงานของร่างกาย สามารถเพิ่มความทนทาน ลดการอักเสบโดยเฉพาะหลังการออกกำลังกายที่มีอาการปวดเมื่อยล้า ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับนักกีฬา
  • หงจิ่งเทียนช่วยลดอาการขาดออกซิเจน เมื่อขึ้นไปอยู่ในนี่สูงตั้งแต่ 2100 ฟุตขึ้นไป เนื่องจากภูมิประเทศที่สูงมากๆปริมาณของออกซิเจนในอากาศจะเบาบาง ทำให้เกิดอาการต่างๆจากภาวะออกซิเจนในเลือดน้อย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนแน่นหน้าอก อ่อนแรงทั่วร่างกาย นอนหลับไม่สนิท ถ้ามีอาการรุนแรงทำให้เกิดอาการของปอดและสมองบวมน้ำ เป็นอันตรายต่อชีวิตคุกคามต่อชีวิต
  • หงจิ่งเทียนเพิ่มความสามารถในการจับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงสูงสุด(maximum oxygen uptake) ทำให้ร่างกายทนต่อภาวะออกซิเจนต่ำ แก้อาการอาการป่วยบนที่สูง คนที่หายใจไม่ลึก
  • หงจิ่งเทียนลดอาการซึมเศร้า ในการใช้ยากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าที่พบว่ามีผลข้างเคียงของการใช้ยามากมาย  ในการใช้หงจิ่งเทียนกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีอาการน้อย สามารถลดค่าความซึมเศร้า ยังทำให้ความทนทานต่อความเครียด ช่วยในการปรับอารมณ์และควบคุมอาการซึมเศร้าได้ดีขึ้น
  • หงจิ่งเทียนมีสารโรซาวิน( Rosavin) ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ช่วยในการลดความอ้วน
  • หงจิ่งเทียนสามารถลดกรดแลคติคที่เกิดขึ้นภายหลังการออกกำลังกายลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เพิ่มสมรรถนะสำหรับนักกีฬา
  • หงจิ่งเทียนช่วยเพิ่มสมรรถภาพของสมองเช่น ความจำ การคิดวิเคราะห์ การใช้สมาธิ การคำนวณ รวมถึงการทำงานของอวัยวะประสาทรับสัมผัส การได้ยิน การมองเห็น
  • ช่วยต้านมะเร็ง ควบคุมการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยปกป้องหลอดเลือด ช่วยในการลดความดันโลหิตและการเกาะตัวของลิ่มเลือด
  • ชะลอวัย ชะลอความเสื่อม
  • มีทั้งฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมองและสงบจิตอารมณ์
  • ช่วยฟื้นฟูเซลล์ภายหลังการฉายแสง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของการใช้สมุนไพรหงจิ่งเทียน

  • การรับประทานในประมาณ 200 ถึง 600 กรัม พบว่าไม่มีผลข้างเคียงหรือพิษจากยา มีบางรายอาจพบ อาการคอแห้ง หงุดหงิด เวียนหัว ถ้ามีอาการดังกล่าวให้หยุดยาอาการจะหายไปได้
  • ไม่ควรรับประทานก่อนนอน เพราะอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ
  • ไม่ควรใช้คู่กับยาลดอาการซึมเศร้าเพราะทำให้ลดฤทธิ์ของยา(Benzodiazepine)หรือเกิดผลข้างเคียงมีพิษ
  • เนื่องจากหงจิ่งเทียนมีฤทธิ์ในการต้านการเกาะตัวของเลือด ทำให้คนที่มีเลือดออกง่ายหรือได้ยาละลายลิ่มเลือดหรือผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ต้องระมัดระวัง

วิธีรับประทาน

  • ใช้ปริมาณ  3- 5 กรัมต้มน้ำดื่มแทนน้ำชา ลดน้ำตาล บำรุงสมองและหัวใจ
  • ใช้หงจิ่งเทียน ปริมาณ  6 กรัม ข้าวสาร 50กรัม  ต้มสมุนไพรให้เดือดก่อนแล้วเอากากออก เอาน้ำสมุนไพรมาต้มกับขาวเป็นข้าวต้มโจ๊ก ปรุงอาหารตามต้องการ รับประทานบ่อยๆช่วยบำรุงร่างกาย ชะลอวัย

ข้อเด่นสมุนไพรหงจิ่งเทียนเมื่อเทียบกับโสมคน

แม้ว่าจะมีคุณสมบัติคล้ายกันในการบำรุงร่างกาย สมุนไพรหงจิ่งเทียนมีฤทธิ์กลางๆ ออกฤทธิ์ 2 ทิศทาง มีทั้งด้านกระตุ้นและยับยั้ง  กระต้นสมองและสงบประสาท ควบคุมความดันโลหิต ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ปรับการเต้นของหัวใจ จึงเป็นข้อเด่นที่แตกต่างกับในขณะที่โสมคน(人参) ที่มีฤทธิ์ด้านการกระตุ้นไปทิศทางเดียว

ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่นของสรรพคุณจากสารสำคัญหลายอย่างทางเภสัชวิทยา เช่น ต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง ชะลอวัย ต้านไวรัส เสริมภูมิคุ้มกัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องอวัยวะตับ หัวใจ ปอด ไต และสมอง เพิ่มการจับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง กระตุ้นการสร้างATP ต้านการเกาะตัวลิ่มเลือดฯลฯ จึงเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ประกอบตำรับยาในการต่อสู้กับโควิด – 19