ว่าด้วยเรื่อง “ไซนัสอักเสบ”

เรื่องโดย : ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์จีน นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล

หลายคนมักเป็นไซนัสอักเสบบ่อยๆ ภายหลังอากาศเปลี่ยนแปลงโดยมีอาการโรคหวัดนำมาก่อน ในขณะที่หลายคนเป็นหวัดไม่กี่วันก็หาย หลายคนที่มีไซนัสอักเสบเรื้อรัง กินยาปฏิชีวนะมาหลายขนานอาการก็ไม่ดีขึ้น ถึงกับต้องเจาะดูดหนองและล้างโพรงจมูก บางรายที่มีการติดเชื้อลุกลาม รุนแรงเข้ากระบอกตาหรือเข้าสมองเกิดฝีในสมอง คนที่เป็นไซนัสเรื้อรังจำนวนมาก มักจะแสวงหาแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่การพ่นยาเข้าในจมูก ใช้น้ำยากระตุ้นให้มีการไหลของหนองหรือเมือกออกมามากๆ ต้มสมุนไพรกินเองบ้าง หาหมอจีนบ้าง กินอาหารเสริมสุขภาพ กินวิตามินซีปริมาณมากบ้าง ตามแต่จะเชื่อหรือมีผู้แนะนำกันมา

แพทย์แผนจีน มีแนวคิดเรื่องไซนัสอักเสบอย่างไร ต่างกับแผนปัจจุบันอย่างไร

แพทย์แผนปัจจุบันมองว่า ไซนัสอักเสบ (sinusitis) เป็นภาวะโพรงอากาศรอบจมูกมีการอักเสบ แบ่งเป็น 2 ระยะ
1. ระยะเฉียบพลัน คือ ระยะ 2-4 สัปดาห์แรก
2. ระยะเรื้อรัง คือ เป็นนานกว่า 4 สัปดาห์

สาเหตุของไซนัสอักเสบ
1. เกิดจากจุลชีพ ส่วนใหญ่เป็น แบคทีเรียประมาณร้อยละ 80 จากไวรัสประมาณร้อยละ 20

2. การทำงานของขนกวัด (cilia) ในโพรงจมูกเสียหน้าที่ หรือมีการอุดกั้นของทางเดินติดต่อระหว่างโพรงอากาศกับช่องจมูก ทำให้สารเมือกหรือหนองในโพรงอากาศระบายออกไปไม่ดี

แพทย์แผนจีน : มองว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลันเกิดจาก 2 สาเหตุ

1. สภาพร่างกายของผู้ป่วยมักอ่อนแอเป็นพื้นฐานประกอบกับการดำเนินชีวิตไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่ระมัดระวังการปรับตัวของอุณหภูมิร่างกาย (ปล่อยให้เย็น-ร้อนเกินไป) หรือมีการอ่อนล้าของร่างกาย พักผ่อนไม่พอ ร่วมกับกระทบความเย็น ความชื้น ความร้อน

2. ปัจจัยก่อโรคมากระทำ มักเกิดจากลมร้อน ลมเย็น เป็นหลัก โดยทำให้เกิดพยาธิสภาพที่ปอด ม้าม หรือถุงน้ำดี เกิดภาวะแกร่งร้อน หลักการรักษาคือขับความร้อน ขับพิษในปอด หรือม้าม หรือถุงน้ำดี เป็นต้น

ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
ไซนัสอักเสบเรื้อรังมักเกิดจากการเกิดไซนัสอักเสบเฉียบพลันมาก่อน ปัจจัยก่อโรคไม่ถูกขจัดออกโดยสิ้นเชิง ทำให้พลังเจิ้งชี่ถูกทำลายอย่างยาวนาน หรือเกิดจากร่างกายอ่อนพร่องเป็นพื้นฐาน ทำให้ไม่สามารถขจัดเสียชี่ (ปัจจัยก่อโรค) ให้หมดไป ทำให้เป็นโรคเรื้อรังและกลับมาบั่นทอนเจิ้งชี่ อวัยวะที่อ่อนพร่องมักอยู่ที่ปอดและ ม้าม

  • พลังปอดพร่อง : ทำให้พลังปกป้องผิวอ่อนแอ พลังในการขับเสียชี่ (ปัจจัยก่อโรค) ต่ำ เสียชี่ไม่ถูกขจัด ตกค้างอยู่ในร่างกายสะสมตัวอยู่ในโพรงอากาศจมูก ทำร้ายเยื่อบุโพรงจมูกเกิดไซนัสอักเสบเรื้อรัง
  • พลังม้ามพร่อง : ทำให้การย่อยอาหาร และการส่งลำเลียงอาหารไปยังส่วนบนของร่างกายน้อยลง เยื่อบุโพรงจมูกขาดอาหารหล่อเลี้ยงอ่อนแอ เสียชี่ไม่ถูกทำลาย

หลักการรักษา เสริมร้อนบำรุงปอด บำรุงม้าม เสริมพลังร่วมกับการขับปัจจัยก่อโรค จะเห็นได้ว่า แพทย์แผนปัจจุบัน มองที่การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสเป็นสาเหตุ แพทย์แผนจีนมองว่าเกิดจากลมร้อน ลมเย็นที่กระทบร่างกาย แล้วเข้าสู่ระบบปอด ม้าม หรือถุงน้ำดี พื้นฐานร่างกายที่อ่อนแอ แพทย์แผนปัจจุบันบอกว่าอยู่ที่โพรงจมูก มีเซลล์ที่ทำหน้าที่โบกกวัดสิ่งแปลกปลอม เสียหน้าที่ มีการอุดกั้นทางเดินของช่องอากาศกับโพรงจมูก ซึ่งเป็นพยาธิสภาพเฉพาะส่วน

แพทย์แผนจีนมองว่าเป็นพื้นฐานระบบของปอดพร่อง เพราะพลังหยางที่ปกป้องผิว และอาหารที่ส่งมาจากการลำเลียงของปอดสู่เบื้องบน รวมทั้งเยื่อบุโพรงจมูกน้อยลง ทำให้เป็นจุดอ่อนต่อการขจัดเสียชี่ เป็นการมองปัญหาที่เป็นองค์รวม นอกจากนี้ แพทย์แผนจีนยังให้ความสำคัญของการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกกฎเกณฑ์ และภาวะอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอง่ายแก่การถูกโจมตีจากเสียชี่ หรือทำให้เสียชี่สามารถดำรงอยู่ในร่างกายนานๆ

แนวการรักษาของแผนปัจจุบันต่างกับแผนจีนอย่างไร
แพทย์แผนปัจจุบัน : เน้นการให้ยาต้านจุลชีพ หรือ (ยาปฏิชีวนะ) ตามเชื้อที่พบบ่อยในรายที่เป็นรุนแรงเรื้อรังให้ยาแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องเจาะล้างโพรงอากาศและนำเชื้อมาเพาะเลี้ยง เพื่อวางแผนในการให้ยาที่เหมาะสมกับเชื้อที่พบ การเจาะล้างโพรงอากาศ มักใช้ในรายที่รุนแรงไม่ตอบสนองต่อยา หรือมีภาวะอักเสบของกระดูกแก้ม มีหนองภายใน หรือมีปัญหาในการวินิจฉัย รวมทั้งรายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง นอกจากยาต้านจุลชีพแล้ว มักให้ยาแก้อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และลดการบวมของเยื่อหุ้มจมูก ยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการร่วมด้วย

ในขณะที่แพทย์แผนจีน : ในรายเฉียบพลัน เน้นการขับความร้อนเป็นหลัก ร่วมกับยาแก้อาการในรายเรื้อรัง เน้นการเสริมพลังปอด เสริมม้ามเป็นหลัก ร่วมกับยาแก้อาการ