พื้นฐานแพทย์แผนจีน

12 คาบเวลา ปรับสมดุลตาม นาฬิกาชีวิต

หลักการดูแลสุขภาพให้สอดคล้อง ตามวันเวลา ใน 24 ชั่วโมง สามารถแบ่งได้เป็น 12 คาบ โดยแต่ละคาบเท่ากับ 2 ชั่วโมง พลังลมปราณในร่างกายจะเคลื่อนที่ในพลังลมปราณหลัก 12 เส้นๆ ละ 2 ชั่วโมง เวลาในแต่ละคาบจะมีอวัยวะที่แน่นอนคอยกำกับควบคุมพลังลมปราณ ทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังสูงสุดในเส้นลมปราณของอวัยวะนั้นๆที่มีกฎเกณฑ์แน่นอน “วิธีปฏิบัติตัวไร้โรค  12  คาบเวลา” 十二时无病法 1.  子时 (จื่อสือ) ช่วงเวลา 23.00 – 1.00  น. พลังวิ่งในเส้นลมปราณถุงน้ำดีสูงสุด : นอนหลับให้ดี 好好睡觉 เวลานี้เป็นช่วงกำเนิดพลังหยาง คนเราจะง่วงนอนมากก่อนถึงเวลา  23.00 น. พอเลยเวลา  23.00  น. เมื่อพลังหยางเริ่มเกิดมักจะหายง่วงนอนการนอนดึกๆ นานๆ จะทำให้เกิดผลเสียตามมา คือ เกิดโรคนอนไม่หลับ การกินอาหารในช่วงเวลานี้ถือเป็นข้อห้าม เพราะจะทำลายพลังการทำงานของถุงน้ำดีในการขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย 2.  丑时 (โฉ่วสือ) ช่วงเวลา 1.00 – …

12 คาบเวลา ปรับสมดุลตาม นาฬิกาชีวิต Read More »

อาหารสมุนไพร ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

คนสูงอายุ มักจะมีปัญหาเรื่องของ หลอดเลือดแข็งตัว จากสาเหตุความเสื่อมตามอายุขัยหรือจากโรคความดันโลหิตสูง  โรคไขมันในเลือดสูง  เบาหวานที่เป็นมาหลายปีแม้ว่าจะได้รับการบำบัดดูแลรักษาอย่างดีด้วยยามาอย่างต่อเนื่องก็ตาม หลอดเลือดแข็งตัว  ทำให้อวัยวะสำคัญๆ เกิดปัญหาได้ง่าย  เช่น สมอง หัวใจ และไต ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองแข็งตัว  มีโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เกิดอัมพฤกษ์ – อัมพาต อีกทั้งทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้ง่าย, ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัว ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน จะทำให้หัวใจขาดเลือด, ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเสื่อมแข็งตัว ทำให้ไตฝ่อ ไตทำหน้าที่น้อยลงเกิดภาวะไตวาย และในกรณีที่หลอดเลือดทั่วร่างกายแข็งตัว  อวัยวะทุกส่วนของร่างกายขาดเลือดหล่อเลี้ยง   เกิดอาการไม่สบายทั้งตัว  ปลายมือปลายเท้าชา  กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย ดังนั้นการดูแลหลอดเลือดให้แข็งแรง ยืดหยุ่น จึงเป็นการดูแลสมอง หัวใจ และสุขภาพโดยรวมด้วย ปรมาจารย์แพทย์จีน หลี่สือเจิน ( 李时珍)  กับเคล็ดลับอาหาร ป้องกันรักษาโรคสมอง 1. เก๋อเกิน  (葛根) บางคนเรียกว่า โสมภูเขา  ( 山人参 ) มีสรรพคุณสำคัญ คือ เสริมธาตุน้ำ  ขยายหลอดเลือด …

อาหารสมุนไพร ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว Read More »

โคโรคหรือหนิวหวง กับตำรับยาที่น่าสนใจ

ถ้าคนชำแหละวัวบังเอิญพบว่าวัวตัวที่ถูกชำแหละมีนิ่วในถุงน้ำดีต้องเรียกว่าพบโชคลาภอันยิ่งใหญ่ ราคาของนิ่วดูเหมือนจะแพงกว่าราคาตัวของวัวทั้งตัวเสียอีก…นิ่วของวัว จึงเป็นของหายาก ไม่ใช่สิ่งที่จะพบหาได้ง่ายๆ มีความพยายามเลียนแบบธรรมชาติ ทำการผลิตหรือทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีวัว เช่น นำก้อนวัตถุชิ้นเล็กๆ เพื่อเป็นเชื้อใส่เข้าไปในถุงน้ำดี และเย็บปิดถุงน้ำดีเพื่อให้ก้อนนิ่วๆค่อยๆก่อตัวในถุงน้ำดี หรือแยกแยะส่วนประกอบของนิ่วในถุงน้ำดีของวัวที่เป็นโรค แล้วเลียนแบบผลิตนิ่วถุงน้ำดีโดยอาศัยสัดส่วนตามที่แยกแยะได้ อย่างไรก็ตามคุณภาพนิ่วจากฝีมือมนุษย์ต่อการรักษาโรคจะสู้นิ่วในถุงน้ำดีแบบธรรมชาติไม่ได้  แต่ราคาจะถูกกว่ากันมาก หนิวหวง (牛黄) ที่ใช้กันในท้องตลาดจะเป็นแบบที่มนุษย์ผลิตขึ้นมากกว่า 98% สรรพคุณของโคโรคหรือหนิวหวง (牛黄 ) – เป็นยาที่มีรสขมหวาน ฤทธิ์เย็น – เข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจและตับ – มีสรรพคุณในการขับความร้อนของหัวใจ(รวมหมายถึงสมอง) เปิดทวาร (ทำให้ฟื้นสติ) สลายเสมหะ แก้อาการชักเกร็ง มักใช้รักษาผู้ป่วยที่มีความร้อนภายในแล้วรบกวนสมองทำให้หมดสติ (ภาวะเส้นเลือดสมองแตกแบบแกร่ง) พูดจาเพ้อ ผู้ป่วยโรคจิตประสาทที่เอะอะโวยวาย เด็กชักกระตุก แผลอักเสบในลำคอ ฟัน แผลในปากและแผลบนลิ้น ฝีหนอง การอักเสบต่างๆ ของร่างกาย ช่วยกระตุ้นการขับน้ำดีปกป้องตับ ขนาดที่ใช้    :   ครั้งละ 0.2 – 0.5 กรัมโดยใช้ผสมเป็นลูกกลอนรับประทาน (ไม่ใช้การต้ม) ข้อควรระวัง  :   หลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ และคนที่ไม่มีภาวะร้อนแกร่ง (ต้องเป็นไข้ตัวร้อนหรืออักเสบ …

โคโรคหรือหนิวหวง กับตำรับยาที่น่าสนใจ Read More »

ทำไมคน ความดันโลหิตสูง ชอบกินเค็ม?

หลายคนมีคำถามว่า ทำไมคนที่มีความดันโลหิตสูงจึงชอบอาหารที่มีรสจัดหรือรสเค็ม? ประเด็นนี้ แพทย์แผนจีนมองว่าคนที่มีความดันโลหิตสูงมักจะชอบรสเค็ม ไม่ใช่เพราะกินรสเค็มเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง แต่คนที่เป็นความดันโลหิตสูงมีพื้นฐานความพร่องของพลังตับและไต คนปกติสุขภาพดีสามารถกระตุ้นพลังไตโดยไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารรสเค็มหรือปรุงรสแต่พอควรได้ แต่คนที่อวัยวะภายในเสื่อมลง(ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นโรคเรื้อรัง คนสูงอายุ) จะเบื่ออาหาร การรับรสชาติลดน้อยลง จึงต้องการอาหารรสจัด รสเข้มข้นมากระตุ้นร่างกาย รสเค็มเข้าเส้นลมปราณไต คนที่พลังหยวนชี่อ่อนแอจึงมีความต้องการรสเค็มไปกระตุ้นการทำงานของไตมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามการสร้างนิสัยรับประทานอาหารเค็มเป็นประจำมากเกินไป ก็มีผลต่อความอ่อนแอของไตในระยะยาว  สำหรับการดูแลป้องกันและดูแลตนเองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ทำได้ดังนี้ ควบคุมอารมณ์ ควบคุมกลไกพลังของร่างกาย ทำให้อวัยวะภายในทำงานปกติ ฝึกสงบจิตอารมณ์ การหยุดจิต สงบอารมณ์ ปิดตา เป็นการควบคุมพลังหัวใจ(รวมถึงการพักสมอง) ดึงเลือดกลับสู่ด้านล่าง คลายหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย ฝึกหายใจลึกเข้าถึงช่องท้อง เคลื่อนไหวกระบังลม ช่วยกระตุ้นอวัยวะภายใน โดยเฉพาะ ม้ามและไต มั่นขมิบก้น เป็นการเสริมพลังไต และดึงพลังลงล่าง ดูแลอาหารการกิน หลีกของมันจัด หวานจัด เค็มจัด พยายามไม่กินอาหารรสจัดเกินไป พักผ่อนเพียงพอ  ไม่นอนดึก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ห้ามหักโหมจนเกินไป ความดันค่าล่าง กับความดันค่าบน ความดันโลหิตค่าบนสูง เป็นความดันที่มักพบในผู้สูงอายุ สัมพันธ์กับความเสื่อมและการแข็งตัวของหลอดเลือด ภาวะไขมันในเลือดสูง ทำให้ขาดความยืดหยุ่น หลอดเลือดฝอยส่วนปลายขยายตัวได้น้อย  …

ทำไมคน ความดันโลหิตสูง ชอบกินเค็ม? Read More »

จิงของไต ไม่พอ

“ลูกของดิฉันมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กอื่น ให้คุณหมอเด็กที่โรงพยาบาลตรวจรักษา หมอบอกว่าเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโตตอนนี้ได้ฮอร์โมนรักษาดีขึ้นมาก คุณหมอนัดดูแลให้เป็นระยะๆ อยู่”Ž“ผมกับภรรยาไปปรึกษาแพทย์เรื่องมีบุตรยาก แต่งงานกันมาเกือบ 5 ปี ยังไม่มีบุตรเลย ทั้งที่ไม่ได้ คุมกำเนิด หมอตรวจน้ำเชื้อผมแล้วบอกว่า เชื้ออ่อน ปริมาณน้อย ไม่แข็งแรง ส่วนประจำเดือนของภรรยาผมก็ไม่แน่นอน หมอนัดไปปรึกษาวางแผนการรักษา ที่โรงพยาบาล แต่บางคนก็แนะนำให้ไปหาหมอจีน เพราะได้ข่าวจากเพื่อนคนหนึ่งว่า ยาจีนสามารถรักษาภาวะมีบุตรยากได้ ผมก็ยังไม่เข้าใจอะไร กำลังตัดสินใจอยู่”Ž“ไม่ได้พบเขาตั้งนาน เขาเปลี่ยนไปมาก หน้าตาแก่ไปเยอะ ความจำเสื่อม ขาก็ไม่มีแรง ผมร่วง ผมขาว เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทั้งๆ ที่อายุ 50 เศษๆ เอง ผมแนะนำให้เขาไปซื้อยาบำรุงชะลอความแก่ ตำรับยาจีนมากิน เพราะว่าเขาเป็นโรคไตเสื่อม”Žปัญหาเรื่องการเติบโตช้า วัยเจริญพันธุ์ (ช่วงที่สามารถสืบพันธุ์) ไม่สามารถผลิตเชื้อหรือระบบประจำเดือนผิดปกติ รวมทั้งความเสื่อมชราเร็วกว่ากำหนด มักมีปัจจัยเรื่องของฮอร์โมนภายในร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก ภาษาแพทย์จีนเรียกว่า “ภาวะจิงของไตไม่พอ” หรือ “ภาวะจิงของไตพร่อง” 1. ความหมายและสิ่งตรวจพบของ “จิงของไตไม่พอ”Žอาการจิง เป็นสารสุดยอดของร่างกาย เก็บสะสมที่ไต (เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกาย) จิงของไตมีมาแต่กำเนิด (จากพันธุกรรม) …

จิงของไต ไม่พอ Read More »

ดูแลสุขภาพด้วยการ ถูฝ่ามือกับฝ่าเท้า

แพทย์จีนนามอุโฆษฉายา “ ราชาสมุนไพร 药王” อายุยืนยาว 141 ปีแห่งราชวงศ์ถังซุนซือเหมี่ยว孙思邈 ( ปีคศ. 541-คศ.682)เคล็ดลับคือท่านใช้เทคนิคการดูแลสุขภาพ 13 วิธี“ 养生十三法”ในการดูแลตัวเองทุกวันหนึ่งในวิธีนั้นคือเทคนิคการถูฝ่ามือกับฝ่าเท้า(手心搓脚心) เทคนิคการถูฝ่ามือกับฝ่าเท้า การใช้ใจกลางฝ่ามือถูกับใจกลางฝ่าเท้า(手心搓脚心) กลางฝ่ามือของคนเรามีจุดฝังเข็มคือ จุดเหลากง(劳宫穴)เป็นจุดของเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นตัวแทนของหัวใจปลายนิ้วกลางเป็นจุดปลายของเส้นลมปราณนี้ เรียกว่าจุด จงชง(中冲穴) เอาเท้าขวาพาดบนหน้าตักซ้าย หงายฝ่าเท้าขวาขึ้น ให้เอามือ 2 ข้างมาถูกัน ให้ปลายนิ้วกลางถูกันผ่านจุดเหลากง(劳宫穴)จนเกิดความร้อน ใช้ฝ่ามือซ้ายถูกลางฝ่าเท้าขวา แล้วเอาไปถูใจกลางฝ่าเท้า ซึ่งมีจุดหย่งเฉวียน(涌泉穴)ซึ่งเป็นจุดของเส้นลมปราณไต ถูขึ้นลง 100 ครั้งจนเกิดความร้อน จากนั้นสลับเอาเท้าซ้ายพาดบนหน้าตักขวา หงายฝ่าเท้าซ้าย ใช้ฝ่ามือขวาถูกลางฝ่าเท้าซ้าย ขึ้นลง 100 ครั้งจนเกิดความร้อนเช่นกัน ทำให้พลังส่วนบนและส่วนล่างถ่ายเทถึงกัน  เวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเช้าตื่นนอน และก่อนนอน หลังจากถูฝ่ามือกับฝ่าเท้าเสร็จ 30 นาที ให้ดื่มน้ำอุ่นๆ 1 แก้ว โดยทั่วไปใช้เวลาทำครั้งละประมาณ 10 นาที ติดต่อกันทุกวัน      หมายเหตุ: –  …

ดูแลสุขภาพด้วยการ ถูฝ่ามือกับฝ่าเท้า Read More »

รังนก สุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพ

คนจีนได้จัดอาหารที่มีรสชาติสุดยอดไว้ 4 อย่าง ได้แก่ หูฉลาม รังนก อุ้งตีนหมี และเป๋าฮื้อ (鱼翅燕窝、熊掌、鲍鱼)   นอกจากนี้ รังนก ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารบำรุงสุขภาพชั้นดีที่ใช้ในผู้ที่เจ็บป่วยเรื้อรัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร บำรุงปอด บำรุงพลัง เสริมภูมิคุ้มกัน ฯลฯ ความเชื่อนี้ทำให้รังนกเป็นที่นิยมในหมู่คนที่มีฐานะ รวมถึงเวลาไปเยี่ยมเยือนผู้ป่วย มักจะซื้อรังนกไปฝาก เพราะเชื่อว่าเป็นของดี มีคุณค่า คุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน ก็มีความเห็นที่แตกต่างจากความเชื่อดังกล่าว เช่น จากการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับคุณค่าของรังนก 1 ขวด ที่มีวางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด พบว่า มีปริมาณโปรตีนน้อยมาก เมื่อเทียบกับไข่ไก่ 1 ฟอง (มีโปรตีน 6.5 กรัม) หรือนมหนึ่งกล่อง (8.5 กรัม) จะพบว่าการกินรังนก 1 ขวดจะได้ปริมาณโปรตีนเท่ากับการดื่มนม 1/64 กล่องเท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่าทั้งในแง่คุณภาพและราคาต่อการบำรุงสุขภาพ ข้อถกเถียงดังกล่าวมาจากสาเหตุที่รังนกมีราคาแพงมาก มีการทุ่มการโฆษณาสูง ดังนั้น ผู้บริโภคมีความคาดหวังสูง และต้องกินต่อเนื่องระยะหนึ่งจึงจะเห็นผล จึงต้องลงทุนสูง …

รังนก สุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพ Read More »

ฝังเข็มลดความอ้วน ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

มีการศึกษาิจัยมากมายจากหลากหลายสถาบัน ที่เกี่ยวข้องกับการฝังเข็มลดความอ้วน ไปดูกันเลย 1. การวิจัยของคณะแพทย์แผนจีนแห่งมหาวิทยาลัยนานกิงเกี่ยวกับ ผลของการฝังเข็มที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง กับการสลายไขมันและการเก็บไขมันของร่างกายพบว่า คนอ้วนโดยส่วนใหญ่จะมีระดับน้ำตาลในเลือดค่อนข้างสูงกว่าคน ปกติ ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า ร่างกายจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) จากตับอ่อนสู่ระบบเลือดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการเก็บสะสม ไขมันของร่างกายมากในขณะเดียวกัน คนอ้วนจะมีระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการสลายไขมันเป็นพลังงานในเลือด คือ อะดรีนาลิน และคอร์ติโซนต่ำกว่าปกติ ทำให้ไขมันสะสมในตัวมากผลจากการฝังเข็มในคนอ้วน 44 ราย อายุระหว่าง 17-48 ปี พบความเปลี่ยนแปลงที่นัยสำคัญ คือ ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลง (ไขมันสะสมตัวน้อยลง) และระดับอะดรีนาลิน คอร์ติโซนเพิ่ม สูงขึ้น (ไขมันถูกสลายเป็นพลังงาน มากขึ้น) ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของน้ำหนักตัวของผู้ป่วยสรุปว่า การฝังเข็มมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกลไกของฮอร์โมน ต่อการสะสมและสลายไขมันของร่างกาย 2. การศึกษาของแผนกฝัง เข็ม มหาวิทยาลัยแพทย์จีนกวางสี กับคนอ้วน 50 ราย พบว่าการฝังเข็ม สามารถลดระดับโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ (TG) ระดับน้ำตาล ในเลือด (CH) ไขมันที่มีความหนา แน่นต่ำ (LDL-C) อย่างมีนัยสำคัญ 3. การศึกษาทั้งสองเชื่อว่า ฝังเข็มมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนและการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ เพื่อการปรับสมดุลการลดลงของน้ำตาลและไขมัน …

ฝังเข็มลดความอ้วน ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ Read More »

อากาศแปรปรวนกับสุขภาพ ในมุมมองแพทย์แผนจีน

ในช่วงนี้ มีความแปรปรวนของพลังชี่ของอากาศอย่างมาก เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝนตก โอกาสที่คนจะเกิดโรคจากพลังชี่ของอากาศมากเกินไป หรือที่เรียกว่าเสียชี่ (邪气) หรือหยินชี่ (淫气) ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยของตัวอากาศเอง และการปรับสมดุลของร่างกาย บางครั้งพลังชี่ที่แปรปรวนอาจจะไม่ใช่เสียชี่ (邪气) สำหรับคนหนึ่ง แต่คนที่ร่างกายปรับตัวไม่ได้ ทำให้เกิดโรค ก็ถือว่าเป็นเสียชี่ (邪气) สำหรับคนนั้น ซึ่งแพทย์จีนมีมุมมองแตกต่างกันกับแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะสาเหตุการเกิดโรค ในขณะที่ แพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากลงไปในรายละเอียดเป็นรูปธรรมจึงแยกแยะสาเหตุของการเกิดโรคได้มาก แล้วแต่จะมองมุมไหน ตั้งแต่ตัวเชื้อโรค ดีเอ็นเอ ยีน หรือการผิดปกติของสารชีวเคมี เอนไซม์ ฮอร์โมน เซลล์ ฯลฯ แผนจีนแบ่งสาเหตุของโรคเพียง 4 ประเภทเท่านั้น คือ 1.    เหตุจากภายนอก คือ พลังชี่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพลังชี่ของธรรมชาติ ภูมิอากาศ ฤดูกาล ภูมิประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อพลังชี่ของร่างกายตลอดเวลา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของชี่ที่รวดเร็ว รุนแรง หรือมากเกินไปจนเกิดการปรับตัวไม่ทันของร่างกาย 2.    เหตุจากภายใน คือ ภาวะของอารมณ์ทั้ง ๗ ของร่างกายที่แปรปรวนรุนแรง รวดเร็ว และยาวนาน รวมทั้งการกินอาหาร …

อากาศแปรปรวนกับสุขภาพ ในมุมมองแพทย์แผนจีน Read More »

โรคอ้วน ในทัศนะแพทย์แผนจีน

โรคอ้วน แพทย์จีนเรียก เฝ่ย-พ่างคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง ส่วนของ “ซู่เวิ่น” เขียนไว้ว่า”คนอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากการกินอาหารที่ชั้นเลิศและสมบูรณ์”แพทย์ในราชวงศ์หมิงชิง เน้นว่า”คนอ้วนอายุไม่ยืนยาว” “คนอ้วนมีความชื้น-เสมหะ สะสมมาก” เหตุแห่งโรคและการเกิดโรคอ้วนสาเหตุพื้นฐาน : เกิดจากความ ผิดปกติของการทำงานของกระเพาะ อาหารและม้ามเป็นหลัก (ซึ่งอาจมีผลจากตับและไตมากระทบ) ทำให้มี การสะสมของความชื้น เสมหะขึ้นใน ร่างกาย ซึ่งของเสียเหล่านี้จะไม่ถูก ดูดซึมและไม่ถูกขับถ่าย จะกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งภาวะที่ทำให้กระเพาะอาหาร และม้ามมีปัญหาสามารถแยกใหญ่ๆ ได้เป็น 2 อย่าง คือ แบบแกร่งและแบบพร่อง (สามารถแยกละเอียดลงไปได้ประมาณ 7 ประเภท) ภาวะแกร่ง มีสาเหตุจากกระเพาะอาหารมีความร้อนสะสมมากไป คือมีไฟในกระเพาะอาหารมากอาการสำคัญ คือ อ้วน กินเก่ง  หิวเร็ว ท้องอืดแน่น ท้องผูก หน้าแดง ขี้ร้อน เหงื่อมาก คอแห้งกระหายน้ำ ชอบดื่มน้ำเย็นๆ ปัสสาวะเหลืองเข้ม ลิ้นแดง มีฝ้าบนลิ้นเหลือง ชีพจรเต้น เร็วและแรงแพทย์แผนจีนอธิบายว่า ความร้อนสะสมในกระเพาะอาหาร มักมีผลจากการกินอาหารที่มีคุณสมบัติหยาง เช่น อาหารมัน อาหารทอดๆ อาหารรสหวานจัด อาหารเผ็ด เหล้า ปริมาณมากหรือยาวนาน ในขณะที่ …

โรคอ้วน ในทัศนะแพทย์แผนจีน Read More »

ฝังเข็ม ลดความอ้วนได้จริงหรือ?

เป็นที่ฮือฮากันมากเมื่อหลายปีก่อน ผู้คนจำนวนมากแห่กันเข้าคิวไปรอการฝังเข็มลดน้ำหนัก เพราะเชื่อว่า จะได้ผลดีเยี่ยม และทำให้สุขภาพดีด้วย (ไม่ทราบเป็นเพราะแรงโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า) แต่แล้วก็หยุดฮิตไปพักหนึ่ง เพราะไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ยังมีผู้ที่นิยมไปฝังเข็มลดความอ้วน ด้วยความเชื่อว่า อย่างไรเสียยังปลอดภัยกว่าการใช้ยา เพราะเคยใช้ยาลดน้ำหนักมาแล้ว มีผลข้างเคียงคือ กินแล้วไม่สบายตัว เมื่อหยุดยาน้ำหนักกลับเพิ่มมากขึ้นกว่า เดิมอีกภายใน 1 ปีหลายคนหันไปหาอาหารสุขภาพ ลดน้ำหนัก ขับไขมัน กินสมุนไพร กินอาหารเส้นใย บ้างก็ประสบผลสำเร็จบ้างไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ที่แน่ๆบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ร่ำรวยไปไม่น้อย หลายคนพบสัจธรรมว่า อยู่ที่การควบคุมพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง วิถีการดำเนินชีวิตใหม่ ออกกำลังกายน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หลายคนยากจะเปลี่ยนวิถีชีวิต เพราะเกี่ยวข้องกับอาชีพการทำงาน ซึ่งแสนจะหลีกเลี่ยงยาก สรุป โรคอ้วนจึงคงต้องเป็นปัญหาที่ไม่มีทางจบสิ้น ในสังคมปัจจุบันที่เกิดความเสียสมดุล ของการบริโภคอาหารและการใช้พลังงานในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ยังเป็นข้อสงสัยของคนจำนวน มากว่า การฝังเข็มจะไปช่วยอะไรกับ การลดน้ำหนัก เพียงฝังเข็มไม่กี่จุดแล้วกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ไขมันจะสลาย ไปได้อย่างรวดเร็วปานนั้นหรือ บางราย แค่ไปติดเข็มเล็กๆ หรือเมล็ดพืชที่หู 3 – 4 จุด แล้วไขมันจะหายไปได้อย่างไร น่าเป็นผลทางจิตวิทยามากกว่าสำหรับคนปกติจะให้ไขมันในร่างกาย หายไป 1 กิโลกรัม …

ฝังเข็ม ลดความอ้วนได้จริงหรือ? Read More »

อาหารบำรุง สมรรถภาพทางเพศ

ความต้องการทางเพศและการสืบพันธุ์เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ สมรรถภาพทางเพศและความสามารถในการสืบพันธุ์ขึ้นอยู่กับอวัยวะภายใน คือ ไตเป็นสำคัญ (ไตในทรรศนะแพทย์แผนจีนมีเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน ) พลังไตเริ่มจากอ่อนแอในตอนเด็ก ค่อยๆ พัฒนาเติบโต แข็งแรงจนถึงวัยหนุ่มสาว วัยฉกรรจ์ และกลับอ่อนแออีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ความสมบูรณ์ของพลังไตในผู้หญิงเมื่อถึงจุดหนึ่งประมาณอายุ 14 ปี ก็ทำให้เกิดประจำเดือน การสมบูรณ์ของพลังไตในผู้ชายเมื่อถึงจุดหนึ่งก็แสดงออกด้วยการมีการหลั่งน้ำอสุจิประมาณอายุ 16 ปี เมื่อถึงวัย 40 ของเพศชายและวัย 35 เพศหญิงพลังไตเริ่มต้นอ่อนแอ ความต้องการทางเพศจะเริ่มลดลง  จนถึงช่วงวัยทอง และลดลงเด่นชัดของผู้หญิงคือภาวะหมดประจำเดือนประมาณช่วงอายุ 49 ปี ในขณะที่ผู้ชายมีการลดลงของเชื้ออสุจิประมาณช่วงอายุ 64 ปี เมื่อพลังของไตลดถอยลง จนเกือบหมดสิ้น ความสามารถในการเจริญพันธุ์ก็หมดไปด้วย ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อาจถือเป็นธรรมชาติก็ได้ หรือาจถือเป็นโรคได้ กล่าวคือ ถ้ามีการดูแลและเข้าใจกฎเกณฑ์ของการทำงานของไต (ในทรรศนะการแพทย์แผนจีน) และจัดการกับปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ก็จะทำให้พลังไตเสื่อมช้า มีสมรรถภาพทางเพศที่ดีอยู่ได้นาน ถ้าจัดการไม่ถูกต้องก็จะมีการเสื่อมสมรรถภาพเร็ว ทั้งๆ ที่ไม่ถึงเวลาอันควร อาหารและสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงไต คัมภีร์ “เสิ่นหนงเปิ่นเฉ่าจิง” (神农本草经)ได้บรรยายสรรพคุณของยาบำรุงไตว่า  “จะช่วยบำรุงให้ไตแข็งแรง เพิ่มสารจิง เสริมการทำงานของหยาง ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ” …

อาหารบำรุง สมรรถภาพทางเพศ Read More »

“ภาวะหยางพร่อง” คุณก็อาจเป็นได้

“เวลาอยู่ในห้องปรับอากาศ ต้องใส่เสื้อหนาๆ ทั้งที่คนอื่นไม่เป็น เวลาเพื่อนๆ มาจับมือจะบอกว่ามือเย็น”“รู้สึกว่าอ้วนขึ้นมาก ทั้งๆที่กินแต่ละมื้อก็ไม่มาก กินชาเขียวลดน้ำหนัก ก็ไม่เห็นจะลดลง แต่กลับดูจะหนักขึ้นอีก กางเกงก็ต้องไปขยายเอวอีกแล้ว”“เป็นอะไรก็ไม่รู้ รู้สึกขี้เกียจ เบื่อๆ อยากแต่จะนอน”อาการต่างๆ ที่กล่าวมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของภาวะความเสียสมดุลของร่างกาย ซึ่งมีหลายสาเหตุ มีความสลับซับซ้อน ยากง่ายต่างๆ กัน แต่ภาวะหนึ่งที่พบบ่อยและมักมีอาการดังกล่าวข้างต้น คือ “ภาวะหยางพร่อง” 1. ถ้ายิน-หยางของร่างกายเสียสมดุล ทำให้เกิดโรคได้อย่างไร?ยิน  เป็นภาวะ สงบ เย็น หยุดนิ่ง ยับยั้งหยาง  เป็นภาวะ กระตุ้น ร้อน เคลื่อนไหว เร่งเร้าถ้าภาวะยินพร่อง ร่างกายขาดสารน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย เกิดความร้อนภายในขึ้น เพราะยินไม่สามารถควบคุมหยางถ้าภาวะหยางพร่อง ร่างกายขาดพลังความร้อน การทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ ก็ถดถอย เกิดความเฉื่อยเนือย เกิดความเย็นภายในร่างกาย การไหลเวียนเลือดและพลังก็เนิบช้าลงยิน เป็นลักษณะของระบบประสาทอัตโนมัติ   พาราซิมพาเทติก และฮอร์โมนที่ให้ความชุ่มชื้นเกิดการเก็บสะสม ยับยั้งภาวะกระตุ้นหยาง เป็นลักษณะของระบบประสาทอัตโนมัติ ซิมพาเทติกและฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการกระตุ้นเร่งเร้าการทำงาน 2. ภาวะ “หยางพร่อง” มีอาการสำคัญและการตรวจพบอย่างไร?ภาวะหยางพร่อง มีอาการหลักๆ คือ กลัวหนาว …

“ภาวะหยางพร่อง” คุณก็อาจเป็นได้ Read More »

ทำไม? เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ถ้าพูดถึงสาเหตุของความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แพทย์แผนจีน มีความเชื่อว่า สารจิงของไต เป็นส่วนสำคัญในการเก็บพลังชีวิต ซึ่งมีความหมายถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การควบคุม การให้พลังงานของระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ สารจิง (มีความหมายรวมถึงอสุจิด้วย) จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกใช้ไปอย่างพร่ำเพรื่อ ความเชื่ออันนี้นำไปสู่ความคิดในเรื่องการดูแลสุขภาพไม่ให้ไตเสื่อมเร็ว จะต้องถนอมไม่ให้มีการหลั่งอสุจิ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งดี โดยที่แพทย์แผนปัจจุบันถือว่าไม่มีความจำเป็นต้องเก็บสามารถระบายขับออกตามที่ต้องการ เพราะจะระบายความเครียดในจิตใจได้ ร่างกายก็สร้างทดแทนได้อีก ในขณะที่การแพทย์แผนจีนถือว่าในคนหนุ่มแน่น อาจจะระบาย หลั่งสารจิงได้ เพราะมีภาวะที่ไตยังดี และเป็นการลดภาวะที่แกร่งเกินไป แต่ถ้าเสียสารจิงไปบ่อยๆมากเกินไปจะกลายเป็นผลเสีย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือยิ่งสูงอายุ จึงต้องพยายามหลีกเลี่ยง (แต่ไม่ได้ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแต่ต้องถนอม) การหลั่งสารจิง ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีสาเหตุสำคัญ คือ 1. การลดลงของไฟมิ่งเหมินการมีเพศสัมพันธ์ที่มีการหลั่งสารจิง (น้ำอสุจิ) รวมถึงการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองบ่อยครั้งเกินไปเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดการสูญเสียไฟของมิ่งเหมิน การทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ การขับถ่าย การสืบพันธุ์ ล้วนอาศัย ไฟจากมิ่งเหมิน ถ้าสูญเสียไฟของมิ่งเหมิน ระบบการทำงานของร่างกายทั้งหมดจะลดลง ร่างกายจะเสื่อมถอยเร็วขึ้น และพลังของไตจะหมดไป 2. การเสื่อมถอยของหัวใจและระบบม้ามความเครียดกังวลและภาวะทางจิตใจมีผลต่ออวัยวะภายในหัวใจ ซึ่งในทัศนะของแพทย์แผนจีนจะหมายถึง ระบบประสาทส่วนกลางและสมองที่ควบคุมจิตอารมณ์ด้วย ความวิตกกังวลยังมีผลต่อระบบม้าม ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ทำให้พลังงานที่ได้รับจากอาหารลดลง ผลคือ พร่องทั้งเลือดและพลัง 3. ความตกใจเกินไปทำลายพลังของไตบางคนเคยมีภาวะการตกใจจากประสบการณ์ในอดีตที่รุนแรง …

ทำไม? เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ Read More »

สมรรถภาพเพศชายในทัศนะจีน

เป็นข่าวเกรียวกราวกันทั่วโลก เมื่อมีการค้นพบยาที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้น สมรรถภาพทางเพศ ทำให้ผู้ชายทั้งหลายที่มีปัญหาหรือคิดว่าอยากจะเสริมสร้างสมรรถภาพของตนเองให้แกร่ง ต่างพยายามขวนขวายซื้อยา แม้ว่าจะมีราคาแพงลิบลิ่ว แต่ก็คิดว่ามันคุ้มค่า ขณะเดียวกัน สมุนไพรไทย เช่น กวาวเครือก็มีผู้คาดหวังไว้มากว่า นอกจากจะช่วยให้ผู้หญิงมีน้ำมีนวล มีหน้าอกที่เต่งตึง กวาวเครือบางชนิดจะสามารถเสริมสมรรถภาพทางเพศแก่เพศชาย จึงมีการพยายามโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการบริโภค เพื่อผลทางการค้า โดยไม่ค่อยได้คำนึงที่โทษหรือผลเสียที่จะเกิดจากการบริโภคยาเหล่านั้น จริงอยู่ อาจมีการศึกษาวิจัยบางอย่างที่บ่งบอกถึงข้อดีที่เกิดจากการใช้ยา(ไม่ว่าจะเป็นยาสังเคราะห์หรือยาสมุนไพร) แต่วิธีพิจารณาผลของยาเฉพาะที่ เฉพาะผลบางอย่าง โดยไม่พิจารณาผลอันเกิดจากองค์รวมของยาที่มีต่อร่างกายทั้งระบบ นับว่าอันตรายอย่างมาก ดังที่จะได้ทราบรายงานจากผู้ใช้ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่ลือชื่อบางตัว อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายถึงแก่ความตายได้ ในทัศนะของแพทย์แผนจีนได้อธิบายปัญหาเกี่ยวกับความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งด้านสาเหตุและการดูแลรักษาไว้ ดังนี้ สมรรถภาพทางเพศ เกี่ยวข้องกับไต (ในความหมายของแพทย์แผนจีน)ไตในทัศนะแพทย์แผนจีนมีหน้าที่เก็บสารจิง (น้ำอสุจิ+ตัวอสุจิ) และเกี่ยวกับการเจริญเติบโต การควบคุมการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายให้ประสานสอดคล้องกัน เป็นแหล่งให้พลังงานแก่ระบบต่างๆ เช่น ระบบย่อย ระบบการหายใจระบบขับถ่าย ฯลฯ ให้ทำงานได้ตามปกติ เสมือนกับเป็นพลังงานทุน  ดั้งเดิมที่ได้มาแต่กำเนิด(เรียกว่าไฟมิ่งเหมิน*) มีหน้าที่ควบคุมความเสื่อมถอยของร่างกาย สารจิงที่สะสมไว้ที่มิ่งเหมิน มีหน้าที่สำหรับการสืบพันธุ์ (มีสารกรรมพันธุ์บรรจุอยู่) * มิ่งเหมิน หมายถึงประตูชีวิต ซึ่งอยู่ระหว่างบริเวณไตสองข้าง เป็นที่พักของสารจิงในผู้ชาย หรือที่พักของสิ่งกำเนิดตัวอ่อนในผู้หญิงหรือไข่ กระบวนการเกิดการเจริญเติบโต ความเสื่อมถอยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสืบพันธุ์ การเติบโตของกระดูก การงอกของฟัน …

สมรรถภาพเพศชายในทัศนะจีน Read More »