“ไข่มุก” มหัศจรรย์แห่งความงาม

พูดถึง "ไข่มุก" เรามักจะคิดถึงเรื่องความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับที่สวยงามส่องแสงสะท้อนจากสายสร้อยคล้องคอหรือคล้องมือ หรือบางคนอาจคิดถึงเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของไข่มุกที่ใช้ทาบนใบหน้าแล้วทำให้ผิวสวยเนียน อ่อนนุ่ม ถนอมผิวพรรณ ความจริงไข่มุกมีคุณสมบัติทางยาสมุนไพรจีนที่มีการบันทึกมานาน มีการใช้ผสมเป็นตัวยาในการรักษาโรคเหมือนสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติและสรรพคุณที่แน่นอน การคาดหวังผลของไข่มุกจึงจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของไข่มุกด้วยส่วนประกอบของไข่มุก ไข่มุกมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งมีปริมาณมากกว่าร้อยละ 90ส่วนที่เป็นสารอินทรีย์ประมาณร้อยละ0.34นอกนั้นยังประกอบด้วยแมกนีเซียม เหล็ก เกลือซิลิเกท เกลือซัลเฟต เกลือฟอสเฟต และสารคลอไรด์ ซึ่งเป็นส่วนน้อยเมื่อทำการเผา เกลือคาร์บอเนตจะถูกทำลาย เกิดเป็นแคลเซียมคาร์ไบด์ และสารอินทรีย์ก็จะถูกสลายไปด้วย คุณสมบัติและสรรพคุณทางยาตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนโดยธรรมชาติ ไข่มุกจะมีคุณสมบัติเย็น มีรสออกหวานและเค็ม วิ่งเส้นลมปราณของตับและหัวใจ สรรพคุณ1. สงบตับ เพิ่มยิน ลดภาวะหยางสู่เบื้องบน คุณสมบัตินี้ใช้รักษาโรคหรือภาวะที่มียินพร่อง ทำให้หยางแกร่งและลอยสู่เบื้องบน หรือภาวะหยางของตับแกร่ง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการมึนงง ปวดศีรษะ มีเสียงดังในหู หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ตรวจดูลิ้นมีสีแดง ฝ้าบนลิ้นน้อย ชีพจรตึง2. ลดความร้อนของไฟตับ ทำให้สายตาดีขึ้น ช่วยลดอาการตาบอดกลางคืน สายตามัวเนื่องจาก ยินของตับพร่อง ภาวะไฟตับกำเริบ จะแสดงออกที่ตา ตาแดง หน้าแดง เวียนศีรษะ...

การตรวจโรคและพยากรณ์โรคจากดวงตา

ตำราแพทย์แผนจีนกล่าวถึงดวงตาไว้หลายประการ ดังนี้“ดวงตาเป็นประตูของตับ และมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายในจั้งฝู่”“จิงซี่ พลังของสารจิงของอวัยวะภายใน ล้วนไหลมาบรรจบกันที่ดวงตา”“นัยน์ตาเป็นเครื่องวัดความฉลาด ไหวพริบ และประสาทแห่งความรู้สึกของคนได้อย่างแท้จริง เพราะสามารถอ่านอุปนิสัย อารมณ์ และความรู้สึกของคนได้จากนัยน์ตาเป็นจุดแรก” การตรวจโรคและพยากรณ์โรคจากดวงตา1. ดูประกายราศี ความมีชีวิตชีวาของดวงตาการมองเห็นชัดเจน ขอบตาดำตาขาวแบ่งกันชัดเจน มีประกายแสงซ่อนอยู่ภายใน มีน้ำตาหรือน้ำหล่อเลี้ยงตาคลอเบ้าเล็กน้อย (ตาไม่แห้งผาก) เรียกว่าตามีชีวิตชีวา มีราศี ถ้ากำลังป่วยเป็นโรค โรคก็สามารถรักษาให้หายได้ เพราะพลังชีวิตยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ตรงกันข้าม ถ้าการมองเห็นพร่ามัว ตาขาวไม่ขาวสะอาด ขอบตาดำตาขาวสีแบ่งไม่ชัดเจน ดวงตาขุ่นมัวไม่มีประกาย ไม่มีน้ำตาหรือน้ำหล่อเลี้ยงตา (ดวงตาแห้งผาก) เรียกว่าตาที่ไร้ชีวิตชีวา ขาดราศี ถ้ากำลังป่วยเป็นโรค ก็จะรักษาให้หายยาก เพราะพลังชีวิตอ่อนแอ2. ดูสีของดวงตาถ้าตาแดงก่ำและบวมทั้งดวงตา แสดงว่า เป็นลมร้อนของเส้นตับหรือไฟตับขึ้นสู่เบื้องบน ซึ่งมีอาการปวดหนักศีรษะ เวียนศีรษะ หงุดหงิดโกรธง่าย หูไม่ได้ยิน หน้าแดง ตาแดง ปากขม คอแห้ง ปวดแน่นชายโครงถ้าเปลือกตาแดงและอักเสบ แสดงว่า มีความร้อนสะสมที่ม้าม กระเพาะอาหาร ซึ่งมักมีพื้นฐานจากการบริโภคอาหารผิดหลัก...