ความผิดปกติของร่างกายในมุมมองของแพทย์แผนจีน

อาหารสมุนไพรจีน ลดไขมันในเลือด

ถ้าเปรียบหลอดเลือดของร่างกายเหมือนกับแม่น้ำสายหนึ่ง มีโคลนตมหรือขยะตกค้างเมื่อมีการสะสมมากขึ้นมากขึ้น  การไหลเวียนของน้ำในแม่น้ำจะช้าลงช้าลง  หรือในที่สุดก็จะเอ่อล้นท่วมออกนอกแม่น้ำ  เช่นเดียวกับหลอดเลือดของคนที่มีภาวะไขมันในเลือดมาก จะทำให้การไหลเวียนเลือดติดขัด ช้าลง  ซึ่งจะตามมาด้วยปัญหาหัวใจขาดเลือด  หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ภาวะไขมันในเลือดสูง ในทัศนะแพทย์จีนเกี่ยวข้องกับการสะสมของตัวเสมหะความชื้น (痰湿 ) และภาวะเลือดคั่งค้างไหลเวียนไม่คล่อง (血瘀 ) เสมหะและความชื้นที่สะสมตัว มีพื้นฐานจากการทำงานของระบบย่อย (กระเพาะอาหารและม้าม)  ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมอาหารได้หมด   เนื่องจากการบริโภคอาหารที่ก่อให้เกิดภาวะร้อนชื้นมากเกินไป หรือเกิดจากระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ไม่มีพลังในการย่อยสลายอาหารได้อย่างเต็มที่ ภาวะเลือดคั่งค้างไม่ไหวเวียน  มักเกิดจากพลังหยาง (阳气) ของร่างกายอ่อนแอ   ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนการไหลเวียนของเลือด  ทำให้เลือดคั่งค้างไหลเวียนช้า  ทั้งสองภาวะก่อตัวให้เลือดหนืด เคลื่อนตัวช้า  ยิ่งทำให้มีการสะสมของขยะ (เสมหะความชื้นและเลือด)  มากยิ่งขึ้น จนเกิดการตีบตันหรือแตกในที่สุด แนวทางในการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง ต้องคำนึงถึง อย่างน้อย 2 ด้าน เน้นที่การขับเสมหะความชื้นและกระจายเลือดคั่งค้าง   เป็นการรักษาอาการหรือปรากฏการณ์ เน้นการเสริมสร้างที่การปรับการทำงานของระบบกระเพาะอาหารและม้าม  รวมทั้งพลังหยาง (阳气) ตำรับที่ 1  อาหารสมุนไพรสำหรับลดไขมันในเลือด เต้าหู้  เห็ดหูหนูดำ  สาหร่ายทะเล (จี๋ฉ่าย) เนื้อหมูแดง ขิงสด สรรพคุณ                     เต้าหู้   ทำมาจากถั่วเหลือง  …

อาหารสมุนไพรจีน ลดไขมันในเลือด Read More »

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ แบบแพทย์แผนจีน

มีคำกล่าวของนักโภชนาบำบัดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของแพทย์จีน กล่าวไว้ว่า “อาหารมื้อเช้าให้รับประทานเหมือนพระราชา”  (早餐吃得要像皇帝 ) “อาหารมื้อกลางวันให้รับประทานเหมือนสามัญชน” (午餐吃得要像平民) “อาหารมื้อค่ำให้รับประทานเหมือนยาจก” (晚餐吃得要像乞丐 ) รับประทานเหมือนพระราชา  บ่งบอกว่า อาหารต้องมีคุณค่าสูง ต้องรับประทานให้อิ่ม มื้อเช้าต้องมีความสำคัญมาก ยังมีการกล่าวเสริมเติมอีกว่า อาหารต้องมีลักษณะฤทธิ์ร้อนด้วย แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับกระเพาะอาหาร  ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บรับอาหารมาเพื่อทำการย่อยให้ละเอียดเป็นเบื้องต้น    ก่อนจะส่งไปย่อยให้ละเอียดและดูดซึมต่อไป     การย่อยอาหารของกระเพาะอาหารต้องการ ความร้อนในการบีบตัวหรือกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย    กระเพาะอาหารชอบความอุ่นเกลียดกลัวความเย็น (胃喜温恶寒 ) อันตรายจากการไม่รับประทานอาหารเช้า เพิ่มอัตราภาวะท้องผูก  เพราะกระเพาะอาหารลำไส้ไม่ถูกกระตุ้นให้บีบตัว โอกาสเกิดโลหิตจาง ขาดอาหารมื้อสำคัญที่จะไปสร้างเลือด โอกาสอ้วนง่าย (มื้อเช้าอาหารเผาผลาญดี) ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จะใช้งานตลอดวัน  ต้องใช้พลังงานสำรอง   ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ , แก่เร็ว , ระบบย่อยอาหารอ่อนแอในระยะยาว โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี   ถุงน้ำดีเก็บสะสมน้ำดีไว้ช่วงกลางคืน  ถ้าช่วงเช้าไม่ได้รับการกระตุ้น จะทำให้มีการตกตะกอนสะสมตัวเป็นนิ่วได้ เกิดแผลของกระเพาะอาหารและลำไส้ นอนมาตลอดคืน ท้องว่าง มีกรดออกมาแต่ไม่มีอาหาร กระทบการเรียนและการทำงาน เนื่องจากขาดอาหารไปเลี้ยงสมอง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ขาดพลัง  จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย   ถ้าเป็นคนที่พื้นฐานไม่แข็งแรง  มีโรคเรื้อรัง อาการจะรุนแรงขึ้น …

อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ แบบแพทย์แผนจีน Read More »

อาหารกับการป้องกันและรักษาสิว แบบแพทย์แผนจีน

สิวเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันมาก และมีการอุดกลั้นทางเดินของไขมัน หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ก็จะทำให้เกิดสิวอักเสบหรือเป็นหนอง โดยส่วนใหญ่แล้วสิวจะขึ้นตามบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ บริเวณใบหน้า หลัง หรือ หน้าอก ฮอร์โมนเพศชาย แอนโดรเจน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดสิวในเด็กวัยรุ่น การเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้จะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันสร้างไขมันเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ  ไขมันที่มากขึ้นและร่วมกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนและเกิดสิวมากในวัยนี้และอาจจะเป็นอยู่นานหลายปี ปัจจัยหลายอย่างสามารถกระตุ้นทำให้อาการของสิวเป็นมากและรุนแรงขึ้น เช่น การบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ได้แก่ น้ำตาล แป้ง อาหารมัน หรือนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป  การสูบบุหรี่  การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน  รวมถึงภาวะความเครียด การพักผ่อนนอนหลับที่ไม่เพียงพอและนอนดึก  จะส่งผลให้ระบบฮอร์โมนทำงานไม่สมดุล และทำให้มีปริมาณสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น สิวในมุมมองแพทย์แผนจีน ปอดกำกับผิวหนัง สาเหตุสำคัญของการเกิดสิวมีหลายประการ เช่น  สาเหตุจากความร้อนของเส้นลมปราณปอด ภาวะร้อนชื้นของกระเพาะอาหารและม้าม  เลือดติดขัดเสมหะเกาะตัว  เส้นลมปราณชงและเริ่นเสียสมดุล(ระบบฮอร์โมนแปรปรวน) แพทย์จีนมองว่าสิวบนใบหน้าเป็นภาพสะท้อนความเสียสมดุลของอวัยวะภายใน ผิวหนังบนใบหน้า  นอกจากเกี่ยวข้องกับอวัยวะปอดแล้ว ยังเป็นทางเดินของเส้นลมปราณกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่  ลำไส้ใหญ่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับปอด กระเพาะอาหารที่ร้อน(จากการกินของเผ็ดร้อน หวานมัน เนื้อสัตว์มากๆ)หรือกระเพาะอาหารเย็นเกิน(จากการรับประทานอาหารฤทธิ์เย็น น้ำแข็ง เครื่องดื่มเย็นมากเกินไป) ทำให้การไหลเวียนของเส้นลมปราณบริเวณใบหน้าติดขัด มีการเกาะตัวของเลือดและเสมหะ การสะสมหมักหมมทำให้เกิดไฟ …

อาหารกับการป้องกันและรักษาสิว แบบแพทย์แผนจีน Read More »

มะเร็งรังไข่ กับอาหารสมุนไพรจีน

มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer) เป็นมะเร็งพบบ่อยทั่วโลกรวมทั้งในผู้หญิงไทย (เป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งพบบ่อย) โดยทั่วไปพบได้ทั้งในเด็กโตและในผู้ใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ความผิดปกติทางพันธุกรรม โอกาสพบโรคได้สูงขึ้นในคนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งรังไข่  โรคมะเร็งเต้านม และ/หรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  มักพบโรคในอายุ 50 ปีขึ้นไป พบโรคในคนอ้วนสูงกว่าในคนผอม  โอกาสพบโรคนี้ได้สูงในคนมีประจำเดือนเร็วคือ อายุต่ำกว่า 12 ปี หรือหมดประจำเดือนช้าคือช้ากว่าอายุ 55 ปี หรือมีประวัติจากใช้ยากระตุ้นการตกไข่ ในการรักษาภาวะมีบุตรยากหรือจากใช้ยาฮอร์โมนเพศชดเชยในช่วงวัยหมดประจำเดือน จากสถิติพบว่าส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่มักเป็นระยะที่ 3มากที่สุด นั่นหมายถึง การตรวจพบหรือจะได้รับการรักษามักอยู่ในระยะลุกลาม  เพราะเริ่มต้นจะ มีอาการอาจมีแค่ท้องอืดเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องโตขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่คิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทำให้รักษาผิดทางมาตลอด การวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ ต้องทำการตรวจภายในและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งมักคลำพบก้อนที่ปีกมดลูกส่วนใหญ่  ตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง(Ultrasound )  บางกรณีที่ต้องการประเมินมีการลุกลามไปอวัยวะส่วนอื่นในช่องท้องว่ามากน้อยเพียงใด อาจมีการส่งตรวจที่ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT หรือ MRI  รวมถึงการเจาะเลือดหาค่าบ่งมะเร็ง ( tumor marker)เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและตรวจติดตามผลการรักษา …

มะเร็งรังไข่ กับอาหารสมุนไพรจีน Read More »

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กับการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส (myasthenia gravis) หรือ ‘โรคเอ็มจี’ เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณใบหน้า โดยอาการทั่วไปนั้น ผู้ป่วยบางคนมีอาการหนังตาตก ถ้าเป็นมากอาจจะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทั่วตัว รวมทั้งกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจ ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงทั่วๆ ไป กลืนลำบาก สำลักอาหาร ถ้าเป็นมากอาจถึงกับหายใจไม่ได้ ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ เป็นโรคเรื้อรัง อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นๆ หายๆ ชนิดที่พบบ่อยที่สุด จะเกิดในผู้ใหญ่ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ถ้าอาการเริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปี จะพบในเพศชายมากกว่าหญิง โรคนี้พบร่วมกับโรคลูปุส เช่นเดียวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เดิมทีเดียวโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ ถือเป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงมากตั้งแต่ร้อยละ 30-70 แต่หลังจากการค้นพบยาซึ่งสามารถรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ รวมทั้งพบว่าผลการรักษาโดยการผ่าตัดต่อมไธมัสได้ผลดี จึงทำให้อัตราการตายของผู้ป่วยโรคนี้ลดลงเรื่อยๆ โรคนี้มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆด้วยกันคือประเภทที่เป็นเฉพาะที่คืออาจจะเป็นที่ตา ทำให้ไม่มีแรงลืมตา หนังตาตก อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ทำให้มีลักษณะคล้ายคนง่วงนอน เห็นภาพซ้อนจากกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรง ถ้าพูดถึงตามหลักการแพทย์แผนจีนนั้นก็เหมือนกับการที่ร่างกายใช้พลังไประยะหนึ่ง อย่างเช่นในขณะที่เพิ่งตื่นนอนก็ยังไม่เท่าไหร่  แต่พอเราออกกำลังกายหรือใช้พลังไปสักระยะหนึ่ง พลังก็ตก ทำให้ตาลืมไม่ขึ้น  บางคนก็มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการกลืน ทำให้กลืนอาหารไม่ได้ เคี้ยวข้าวก็ลำบาก บางครั้งมีอาการสำลักอาหารบ่อยๆ  …

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กับการรักษาแบบแพทย์แผนจีน Read More »

โสมคน (เหรินเซิน 人参) 1 ใน 4 สมุนไพรเทวดา

โสมคน (人参) เป็นสมุนไพรจีนที่ได้รับการกล่าวขานและมีประวัติเรื่องราวที่ใช้ในการรักษาโรคและช่วยชีวิต มายาวนานกว่า 4000 ปี ยาบำรุงอย่างแรงของสมุนไพรจีน 3 อย่าง (三大补品) ที่ได้รับสมญานามว่า “ราชาแห่งสมุนไพร” (百草之王) ได้แก่ โสมคน (人参), เขากวางอ่อน (鹿茸), ราแมลง (ตงฉงเซี่ยเฉ่า : 冬虫夏草) และสมุนไพร 4 อย่างที่ได้รับสมญานามว่า “สุดยอดหญ้า (สมุนไพร) เทวดา ทั้ง 4” (四大仙草) ได้แก่ โสมคน (เหรินเซิน : 人参 ), โส่วอู (首乌), หลิงจือ (灵芝), ราแมลง  (ตงฉงเซี่ยเฉ่า : 冬虫夏草)    เรื่องราวของโสมคน มีเรื่องราวที่กล่าวถึงโสมคนมากมาย เช่น โสมที่มีอายุพันปีจะกลายรูปร่างคล้ายเด็กเล็กๆ วิ่งได้ กระโดดได้ พูดได้ หัวเราะได้ อีกทั้งยังมีความฉลาดมาก …

โสมคน (เหรินเซิน 人参) 1 ใน 4 สมุนไพรเทวดา Read More »

อาหารสมุนไพรจีน สำหรับ ภาวะง่วงนอนและหลับมากผิดปกติ

เรื่องของความผิดปกติของการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ ฝันบ่อย การหลับมากผิดปกติ แพทย์แผนจีนมองว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอวัยวะภายในของร่างกายทั้งสิ้น การรักษาภาวะดังกล่าวจึงต้องใช้หลักการปรับสมดุลตามสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล แพทย์แผนจีนอธิบายว่า “พลังเว่ยชี่เคลื่อนออกสู่ภายนอก(เส้นลมปราณหยาง)ก็ทำให้ตื่น  พลังเว่ยชี่เคลื่อนเข้าสู่อวัยวะภายใน ก็ทำให้นอนหลับ” (卫气行于阳则寤,卫气行于阴则寐  ) ช่วงกลางวัน ธรรมชาติของพลังแสงอาทิตย์จะส่งเสริมการขับเคลื่อนพลังเว่ยชี่ (卫气)ของร่างกายออกสู่ภายนอก  ช่วงกลางวันคนส่วนใหญ่จึงมีการตื่นนอนและความกระปรี่กระเปร่า ช่วงเวลากลางคืนพลังเว่ยชี่(卫气)จะเคลื่อนไหวกลับเข้าสู่ภายใน  ทำให้ร่างกายภายนอกขาดความตื่นตัวเข้าสู่ภาวะง่วงเหงาหาวนอนอยากจะหลับ กล่าวสำหรับคนที่มีภาวะง่วงนอนและหลับมากผิดปกติ มักพบในคนอ้วนคนอ้วนซึ่งจำแนกตามศาสตร์แพทย์แผนจีนที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ประเภท 1. คนอ้วนประเภทเสมหะความชื้นภายในตกค้างสะสม (痰湿内盛) เนื่องจากระบบม้ามอ่อนแอ ทำหน้าที่ในการย่อยและลำเลียงอาหารได้ไม่ดี หรือเรียกว่าพลังส่วนกลางพร่อง  ทำให้การลำเลียงสารอาหารที่ย่อยสลายไปสู่ส่วนบนไม่ดีพอ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ พลังเว่ยชี่(卫气)ที่อยู่ภายนอกจะถูกดึงจากภายนอกเพื่อไปช่วยในการย่อยดูดซึมและลำเลียงอาหารทำให้พลังที่ผิวภายนอกลดลงอย่างมาก   ผลที่ตามมาคือเกิดการง่วงนอน ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการอื่น ๆ ร่วมเช่น สีหน้าไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ศีรษะและหนังตาจะหนักๆ  หน้าอกหน้าท้องมักจะแน่นอึดอัด เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย  2. คนอ้วนประเภทหยางหัวใจและไตพร่อง (心肾阳虚) ขาดพลังความร้อน-ทำให้เกิดความอบอุ่นกับร่างกายผู้ป่วยมักมีใบหน้าขาดความมีชีวิตชีวา อ่อนเพลีย ไม่ค่อยอยากจะเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายเพราะเหนื่อยง่าย แขนขามักจะเย็น ชีพจรเล็ก ไม่มีกำลัง ร่างกายอ่อนแอ เมื่อพลังโดยรวมของร่างกายน้อยลง พลังเว่ยชี่(卫气) เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวและการใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินชีวิตในภาวะปกติก็น้อยลงด้วย  จึงทำให้เกิดอาการง่วงนอนตลอดเวลา  ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักเป็นคนที่มีโรครุนแรงมาก่อน แล้วไม่รับการดูแลฟื้นฟูที่ดีพอ …

อาหารสมุนไพรจีน สำหรับ ภาวะง่วงนอนและหลับมากผิดปกติ Read More »

อาหารสุขภาพสำหรับ ผู้ป่วยโรคไต

ไตในความหมายแพทย์จีน มีความหมายที่กว้างไม่ได้หมายถึงอวัยวะไต โรคเกี่ยวกับไตจึงไม่ได้หมายถึงไตอักเสบหรือไตวายเรื้อรัง  แต่ครอบคลุมถึงต่อมหมวกไต ระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ ระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะยินหยาง (ร้อนเย็นของระบบต่างๆของร่างกาย) ระบบประสาทอัตโนมัติ ฯลฯ อาหารสุขภาพที่จะแนะนำในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ในทัศนะแผนปัจจุบัน คือ ภาวะที่ไตสูญเสียหน้าที่อย่างเรื้อรัง ทำให้เกิดการคั่งของของเสียและน้ำ การทำงานของไตลดลงเหลือตั้งแต่ 25%-50%  ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากโรคประจำตัว  เช่น เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง  กรวยไตอักเสบเรื้อรังและไขมันในเลือดสูง เป็นระยะเวลานานๆ  แม้ว่าผู้ป่วยบางรายจะอยู่ระหว่างการรักษาโดยการ ” ล้างไต ”  โดยเครื่องไตเทียม หรือ ใช้การล้างไตโดยผ่านทางช่องท้อง   การดูแลสุขภาพโดยการปรับเรื่องของอาหารปริมาณโปรตีน  แร่ธาตุ เช่น  โซเดียม  โพแทสเซียม  แมกนีเซียม , ฟอสฟอรัส  เพื่อลดผลที่ข้างเคียงจากการฟอกเลือดรวมถึงลดอาการต่างๆ จากภาวะเสียสมดุลของสารอาหารในร่างกาย เสริมบำรุงโปรตีนให้พอ   แต่ต้องควบคุมไม่ให้มากเกินไป  เพื่อเป็นการลดการทำงานของไต ป้องกันภาวะฟอสเฟตสูง  กรณีที่ไขมันในเลือดสูงให้หลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนจากสัตว์ เลือกรับประทานโปรตีนจากปลา งดเว้นการรับประทานอาหารประเภทไขมัน หรือ อาหารรสหวานจัด  ควบคุมอาหารรสเค็ม ผงชูรส ซอส  น้ำปลา เกลือ กินอาหารรสธรรมชาติ  ไม่ปรุงแต่ง …

อาหารสุขภาพสำหรับ ผู้ป่วยโรคไต Read More »

อาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับอาการเจ็บคอ

อาการเจ็บคอ เป็นอาการเจ็บในคอ พบได้จากการอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังในผู้ป่วยคออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทอนซิลเป็นหนอง แผลอักเสบบริเวณคอ มักมีอาการบวมร่วมด้วย มุมมองแพทย์แผนจีนพบว่า ส่วนใหญ่ของอาการเจ็บคอมาจากปัจจัยก่อโรคภายนอก คือ ลมและความร้อน (อากาศที่เปลี่ยนแปลง) จากภายนอกมากระทบร่างกาย หรือในมุมมองแพทย์ปัจจุบันร่างกายถูกโจมตีจากเชื้อโรค  เช่น  แบคทีเรีย นอกจากนี้ยังเกิดจากเหตุภายใน คือ ไฟของกระเพาะอาหารและไฟของปอดทะลวงพุ่งสู่ด้านบน (เข้าบริเวณคอหอย) หรือจากภาวะยินพร่องเกิดไฟกำเริบ (ร่างกายขาดสารน้ำส่วนลึก ทำให้เกิดความร้อนภายใน) หลักการทั่วไปในการดูแลและป้องการรักษาอาการคอแห้ง รับประทานอาหารที่มีรสจืด เช่น แห้ว , ถั่วเขียว ,หัวไชเท้า รับประทานผักผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำในปริมาณมาก   ได้แก่  แตงโม , บวบ ,หน่อไม้ , สาลี่ , แตงกวา รับประทานอาหารหรือสมุนไพรที่มีลักษณะขับลมขับความร้อน ให้ความชุ่มชื่นกับคอหอย   ได้แก่ แห้ว , มะเฟือง รับประทานอาหารหรือสมุนไพรที่มีคุณสมบัติขับระบายไฟของปอดและกระเพาะอาหาร  ได้แก่  มะระ , ดอกสายน้ำผึ้ง , ถั่วเขียว ,หล่อฮั่งก้วย รับประทานอาหารที่มีสรรพคุณเสริมยิน …

อาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับอาการเจ็บคอ Read More »

อาการตาฝ้าฟาง กับอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพร

หัวใจในทัศนะแพทย์แผนจีนเปรียบเสมือนพระราชา มีอำนาจควบคุมปกครองทั่วประเทศ (ทุกส่วนของอวัยวะทั้งร่างกาย) ดวงตาเป็นที่รวมของพลังและสารจิงทั่วร่างกาย ความมีชีวิตชีวาภาวะทางจิตวิญญาณจึงสังเกตได้จากดวงตา  “ดวงตาจึงเป็นหน้าต่างของดวงใจ” คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง ได้กล่าวถึงเรื่องของดวงตาไว้ว่าดวงตาสามารถสะท้อนถึงภาวะสารจำเป็นและพลังของร่างกายรวมถึงอวัยวะภายใน กล่าวคือรูม่านตาสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของไต ม่านตาส่วนสีดำทำหน้าที่เปิดปิดรูม่านตาสะท้อนถึงภาวะความสมบูรณ์ของไต หลอดเลือดฝอยของดวงตาสะท้อนความสมบูรณ์ของหัวใจกล้ามเนื้อรอบตาที่ช่วยการเปิดปิดดวงตาสะท้อนความสมบูรณ์ของม้าม อวัยวะตับเปิดทวารที่ตา คนตาแห้ง ตาฟาง มีหลายสาเหตุมีทั้งชนิดเฉียบพลัน เช่น ตาแดงจากกระกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ(การติดเชื้อไวรัส)และตาฝ้าฟางที่ค่อยเป็นค่อยไปเนื่องจากภาวะความเสื่อมพร่อง คนสูงอายุที่อยู่ในวัยเสื่อมมักเกี่ยวข้องกับภาวะพร่องของตับและไต ทำให้เลือดพลังและสารจิงไม่สามารถไปบำรุงที่ตาได้ การรักษาสายตาจึงมุ่งเน้นไปที่การบำรุงตับและไต ตำรับอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพร ตำรับที่1 : รักษาตาฝ้าฟางจากโรคตาแดง ส่วนประกอบ ดอกเก๊กฮวย,ใบหม่อนอย่างละ 15 กรัม ถั่วเหลือง 60กรัม น้ำตาลทรายกรวด 30 กรัม วิธีการปรุง เอาถั่วเหลืองแช่ทิ้งไว้ 30นาที แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาต้มรวมกับใบหม่อนเเละดอกเก๊กฮวย(เติมน้ำ 3 ถ้วย) ต้มเหลือ 1 ถ้วย เอากากออกแล้วเติมน้ำตาลกรวด ละลายทั่วถึงจากนั้น แบ่งรับประทานเป็น 2 ครั้งต่อวัน (ถั่วเหลืองไม่จำเป็นต้องต้มให้นุ่ม) สรรพคุณ ดอกเก็กฮวยและใบหม่อนมีสรรพคุณขับพิษขับร้อนพิษจากภายนอกบริเวณตา น้ำตาลทรายกรวด เสริมน้ำทำให้ชุ่มชื้น เพิ่มพลัง ถั่วเหลืองมีสรรพคุณบำรุงและช่วยการขับพิษ …

อาการตาฝ้าฟาง กับอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพร Read More »

เหงื่อออกกลางคืน แก้อย่างไร

หนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยๆคือ เหงื่อออกในเวลากลางคืน ทั้งๆที่นอนในห้องปรับอากาศ เหงื่อมักจะออกตามแนวกระดูกสันหลัง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร และจะแก้ไขอย่างไร ตัวอย่างคนไข้ ดิฉันอายุ 48 ปี ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ 2 ข้าง ตั้งแต่ปี 2535 กินฮอร์โมนวันละ 1 เม็ด ปีแรกๆๆๆไม่ค่อยกิน แต่ต่อมากินเกือบทุกวัน2 ปีที่ผ่านมา กินแคลเซียมเสริมมแบบใส่น้ำฟู่ ขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 – 3 เม็ด 2 เดือนที่แล้วเปลี่ยนมากินโยเกิร์ตแบบครีม มื้อละ 1 กระป๋อง วันละ 3 กระป๋อง และก่อนนอนบางคืนเพิ่มแคลเซียมเสริม 1 เม็ด พร้อมยาเคลือบกระเพาะ 2 เม็ด เพราะกินแล้วจะระคายกระเพาะ แต่ถ้ากินแคลเซียมเสริมวันละ3 เม็ด เล็บกลับไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้าไม่กินแคลเซียมเสริมหรือโยเกิร์ต เล็บจะเปราะแตกมาก ภายใน 2 วัน สีเล็บปกติ ดิฉันอยากจะเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ1. …

เหงื่อออกกลางคืน แก้อย่างไร Read More »

ลิ้น หน้าต่างของร่างกาย

การเกิดและดำเนินของโรคนั้นเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน การดูลิ้นเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจการดำเนินและการเปลี่ยนแปลงของโรคได้ หลักการสำคัญในการดูลิ้นนั้น กล่าวโดยรวมๆแล้วก็คือ การดูตัวลิ้นและฝ้าบนลิ้น โดยทั่วไปแล้วการดูลักษณะของลิ้นจะทำให้เราเข้าใจสภาพร่างกายของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค ซึ่งจะทำให้เราใช้ยาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมการดูลิ้นถือเป็นเนื้อหาสำคัญส่วนหนึ่งในหลักการวินิจฉัยโรคของทฤษฎีแพทย์จีนคือการมอง (หลักในการวินิจฉัยโรคของทฤษฎีแพทย์จีนคือ ใช้การมอง ดม ฟัง ถาม จับชีพจร และคลำ) การดูลิ้นเพื่อวินิจฉัยโรคนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ซึ่งมีบันทึกไว้ในคัมภีร์แพทย์จีนคือหวงตี้เน่ยจิง ซางหางจ๋าปิ้งลุ่น ฯลฯ ว่าในช่วงเวลากว่า 2 พันปีมานี้ การดูลิ้นเพื่อวินิจฉัยโรคได้เจริญเติบโตและพัฒนาไปตามการพัฒนาของการแพทย์จีน จนมีเนื้อหาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 14 หนังสือเกี่ยวกับการดูลิ้นวินิจฉัยโรคชื่อ “อ๋าวซื่อซางหางจินจิ้งลู่” ได้เกิดขึ้นครั้งแรก จวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ภายใต้การชี้นำของทฤษฎีแพทย์จีน การดูลิ้นเพื่อวินิจฉัยโรคก็ยังคงเป็นวิธีการวินิจฉัยโรคอีกวิธีหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่สามารถนำไปใช้อย่างได้ผลในทางคลินิกของแพทย์จีน การดูลิ้นเพื่อวินิจฉัยโรคจะถูกต้องและแม่นยำได้นั้นจะต้องร่วมกับการปฏิบัติทางด้านคลินิก จากการปฏิบัติที่เป็นจริงสามารถยืนยันได้ว่า การดูลิ้นนั้นมีความหมายยิ่งคือ ทำให้เราเข้าใจความเป็นไปของร่างกาย อาการหนักเบาของโรค แนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงหรือทุเลาของโรค การใช้ยาในการรักษาโรคตลอดจนการพยากรณ์อาการของโรค ทั้งนี้เพราะในกระบวนการเกิดพัฒนา เปลี่ยนแปลงของโรคนั้น จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและชัดเจนเกิดขึ้นบนลิ้น ด้วยเหตุนี้ลิ้นจึงเป็นอวัยวะที่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและโรคได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถดูและสังเกตได้ง่าย จึงสรุปได้ว่า ลิ้นเปรียบเสมือนหน้าต่างที่จะทำให้เราสังเกตและมองทะลุอวัยวะภายในของร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยาและพยาธิวิทยา เป็นเสมือนภาพสะท้อนที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวของชีวิตภายในร่างกาย แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของลิ้นในทางคลินิกนั้นค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ถ้าเราสามารถยึดหลักการในการดูลิ้นได้ เราก็จะยึดวิธีการในการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ

ลิ้น กับการวินิจฉัยโรคของแพทย์จีน

การดูลิ้นเป็นวิธีการในการวินิจฉัยโรควิธีหนึ่งของแพทย์จีน การดูลิ้นนั้นจะต้องดูที่ตัวลิ้น (สีของลิ้น รูปร่างลักษณะของตัวลิ้น) และฝ้าบนลิ้น (สีของฝ้าบนลิ้น) ทฤษฎีการแพทย์จีนนั้นเชื่อว่า อวัยวะต่างๆของร่างกายเป็นองค์รวมที่ตรงกันข้าม และเป็นเอกภาพกัน ขณะเดียวกันร่างกายมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมก็เป็นองค์รวมที่ตรงกันข้ามและเป็นเอกภาพกันด้วยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแต่ละส่วนนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆของร่างกาย ดังคัมภีร์การแพทย์จีนกล่าวไว้ว่า “มีความผิดปกติภายในย่อมปรากฏให้เห็นภายนอก” ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเข้าใจธาตุแท้ของความขัดแย้งภายในร่างกายโดยการมองจากสิ่งที่ปรากฏออกมาภายนอกร่างกาย แล้วมองลึกเข้าไปหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้ ในการศึกษาร่างกายของมนุษย์นั้น แพทย์จีนจะไม่ใช้วิธีการแยกร่างกายออกเป็นส่วนๆ หรือที่เรียกว่า “วิเคราะห์” แต่จะใช้วิธีการมองร่างกายเป็นแบบองค์รวม บนพื้นฐานของการมองร่างกายที่เป็นองค์รวมและไม่สามารถแยกเป็นส่วนๆนี้ แพทย์จีนจะทำการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ผลสะท้อนของร่างกายมนุษย์เมื่อถูกกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง แล้วสรุปออกมาเป็นกฎเกณฑ์ การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยาของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ไม่เพียงแต่จะสะท้อนออกมาให้เห็นภายนอกร่างกายตรงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นในแต่ละส่วนบนภาพจำลองย่อยๆของร่างกายอีกด้วยแพทย์จีนมองความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวมนุษย์กับสภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยสังเกตจากสิ่งที่ปรากฏมาภายนอกของร่างกาย และลิ้นก็เป็นอวัยวะๆหนึ่งที่สามารถสะท้อนความผิดปกติที่เกิดขึ้น ดังนั้นการดูลิ้นจะทำให้เราเข้าใจสภาวะที่ร่างกายสะท้อนความผิดปกติออกมาอย่างชัดเจน ความหมายของการดูลิ้นในทางคลินิก การดูลิ้นบอกโรคนั้น จะสามารถสะท้อนให้เราเห็นถึงสภาพของร่างกายและโรคได้ดังนี้1. การบ่งบอกถึงความแข็งแรงหรืออ่อนแอของร่างกาย ถ้าตัวลิ้นแดงเรื่อๆ ชุ่ม แสดงว่าร่างกายแข็งแรง แต่ถ้าลิ้นขาวซีดแสดงว่าร่างกายอ่อนแอ 2. การบ่อบอกถึงความหนักเบาของโรค ในกรณีที่เป็นโรคซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก (เช่น เป็นหวัด) ความหนาของฝ้าบนลิ้นจะบ่งบอกถึงความหนักเบาของโรค ถ้าฝ้าบนลิ้นบางแสดงว่าโรคเพิ่งเกิด แต่ถ้าฝ้าบนลิ้นหนาแสดงว่าโรคเป็นมานานและค่อนข้างหนักหากลิ้นแดงสดและแห้ง แสดงว่าอาการของโรครุนแรงมาก 3. การบ่งบอกถึงคุณสมบัติของโรค เช่น ถ้าฝ้าบนลิ้นสีเหลือง (ต้องระวังสังเกตและถามผู้ป่วยว่ากินอะไรที่มีสีเหลืองมาก่อน) แสดงว่าเป็นโรคร้อน ต้องให้ยาที่มีคุณสมบัติเย็น (รสขม) แต่ถ้าฝ้าบนลิ้นขาว มักเป็นโรคเย็น …

ลิ้น กับการวินิจฉัยโรคของแพทย์จีน Read More »

ภาวะลมแดด ดูแล ป้องกัน และบำบัดด้วยแพทย์แผนจีน

โรคลมแดด (heat stroke) เป็นภาวะสูญเสียเหงื่อปริมาณมาก กลไกควบคุมความร้อนในร่างกายล้มเหลว เหงื่อจะออกน้อยหรือไม่ออกเลย เป็นเหตุให้อุณหภูมิใน ร่างกายสูงขึ้น (เพราะว่าร่างกาย ขาดน้ำอย่างมากจนไม่เพียงพอต่อการผลิตเหงื่อ) ผู้ป่วยจะตัวแดง ตัวร้อน เหงื่อจะออกมากในช่วงแรก ตอนหลังผิวจะแห้งเหงื่อออกน้อย เมื่อร่างกายไม่สามารถจะขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อนได้ จะทำให้มีไข้สูง มึนงง สับสน กระสับกระส่าย หรืออาจจะไม่รู้สึกตัว สับสน และกระวนกระวาย หายใจเร็ว หายใจลำบาก ซึ่งอาจจะเกิดจากอวัยวะภายในเริ่มมีปัญหาชีพจรเร็ว เนื่องจากไข้และร่างกายขาดน้ำ ความดันโลหิตอาจจะสูงเล็กน้อยในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อร่างกายขาดน้ำมากความดันโลหิตจะต่ำลง ลมแดด แพทย์แผนจีนเรียกว่าจ้งสู่ (中暑) ความร้อนจากอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน เข้าสู่ร่างกาย ความร้อนที่มากเกินไป ทำให้การไหลเวียนของพลังติดขัดเกิดลมตับปั่นป่วนภายใน ทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย ชักกระตุก หมดสติ ฤดูร้อนกับศาสตร์แพทย์แผนจีน ช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม เป็นช่วงเวลาของฤดู ร้อนอุณหภูมิภายนอกค่อยๆ ร้อนขึ้นจนถึงร้อนสุดๆ ตามด้วยการที่มีฝน ตกในช่วงปลายฤดูร้อน หากเราสังเกตมองดูต้นไม้ที่อยู่รอบตัวจะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาของการเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาผลิดอกออกผลเช่นเดียวกับ ร่างกายของคนเราในฤดูกาลนี้เป็นช่วงที่พลังหยาง (ความร้อน) ภายในร่างกายมีการเพิ่มปริมาณสูงขึ้นตามสภาพอากาศภายนอก …

ภาวะลมแดด ดูแล ป้องกัน และบำบัดด้วยแพทย์แผนจีน Read More »

ปัสสาวะบอกโรค

น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย คิดเป็นน้ำหนักถึงร้อยละ 65 เลือดของเรามีส่วนประกอบของน้ำถึงร้อยละ 80 การเคลื่อนไหวไหลเวียนของน้ำในร่างกายทำให้สารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน กลูโคส ไขมัน วิตามิน เอนไซม์ ฮอร์โมน เป็นต้น สามารถเข้าหล่อเลี้ยงเซลล์ หรือทำให้เกิดกระบวนการดำรงอยู่ของชีวิต ในทางกลับกันก็เป็นตัวลำเลียงของเสียจาก เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอไดออกไซด์ ยูเรีย ครีอะตินิน เป็นต้น เพื่อขับทิ้งออกจากร่างกาย ทางศาสตร์แพทย์จีน อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายปัสสาวะอย่างมาก คือ ปอด ม้าม ไต กระเพาะปัสสาวะ หัวใจ ปัสสาวะของคนปกติ ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงจำนวนครั้งของการปัสสาวะ ตอนกลางวัน   ประมาณ 4-6 ครั้ง ปัสสาวะกลางคืน หลังนอนหลับ 0-1 ครั้ง  สีของปัสสาวะ เหลืองอ่อนใส ปัสสาวะคล่องไม่ติดขัด  ทั้งนี้ปัสสาวะที่ปกติสามารถ สะท้อนภาวะของสารน้ำและระบบการทำงานของอวัยวะภายในที่สำคัญของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ปริมาณปัสสาวะจำนวนครั้งของการปัสสาวะ ยังแปรเปลี่ยนตามจำนวนน้ำที่ดื่ม อุณหภูมิ ของอากาศภายนอก ปริมาณ เหงื่อที่ออก และอายุ ความผิดปกติของปัสสาวะในความหมายของแพทย์แผนจีน แพทย์แผนปัจจุบัน บอกความผิดปกติของปัสสาวะมักเน้นหนักไปที่การดูส่วนประกอบในรายละเอียดทางเคมี และการตรวจพบสิ่งตรวจพบจากกล้องจุลทรรศน์ เช่น บอกภาวะของความต่างจำเพาะ …

ปัสสาวะบอกโรค Read More »